B M A T

เส้นทางเปิดประตูสู่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในประเทศไทย แต่ต่างประเทศ

ข้อสอบ BMAT คืออะไร / ข้อสอบ BMAT มีไว้ใช้ทำอะไร

                    ข้อสอบ BMAT หรือ BioMedical Admission Test เป็นข้อสอบระดับสากลที่จัดขึ้นโดย Cambridge Assessment ที่สามารถใช้เพื่อวัดระดับความรู้เฉพาะทางแพทย์ศาสตร์ที่สามารถใช้ได้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก เช่น Cambridge , Oxford , UCL, Leeds, Brightons และ Imperial College of London  แต่ด้วยความสำคัญของภาษาอังกฤษที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้คณะแพทย์หลายมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเช่น จุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดล ได้เริ่มมีการใช้คะแนน BMAT เป็นส่วนประกอบในการยื่นคะแนนด้วยเช่นกัน ดังนั้นข้อสอบ BMAT จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญสำหรับน้องๆม.ปลายที่มีความใฝ่ฝันอยากศึกษาต่อคณะแพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย

ข้อสอบ BMAT ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ข้อสอบ BMAT ประกอบไปด้วยเนื้อหา 3 ส่วน ใช้เวลารวมทั้งหมด 2 ชั่วโมง


1. Aptitude and Skills (ข้อสอบวัดระดับความถนัดและทักษะ) ในส่วนนี้จะเป็นข้อสอบแบบ multiple choice จำนวน 35 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที ประกอบไปด้วยข้อสอบแนวต่างๆดังต่อไปนี้

                               

             Critical Thinking นักเรียนต้องหาข้อผิดพลาดจาก argument ที่โจทย์ให้มาและสรุปด้วยเหตุผล
             Problem Solving เป็นการแก้ปัญหาโดยใช้ทักษะคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน
             Data Analysis โจทย์แนววิเคราะห์ข้อมูลจาก Data ที่โจทย์ให้มา ไม่ว่าจะเป็น text, stat, หรือ graph

 

         

2. Scientific Knowledge and Applications เป็นข้อสอบ multiple choice จำนวน 27 ข้อ ใช้เวลา 30 นาที เพื่อทดสอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ซึ่งครอบคลุมไปถึงวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และคณิตศาสตร์ ซึ่งระดับความยากใกล้เคียงกันกับข้อสอบ SAT Subject Test หรือ ข้อสอบ IGCSE

 

           

 

3. Writing Task เป็นการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นการเขียนตอบคำถาม 1 ข้อ โดยเลือกจาก 3 ข้อที่ข้อสอบให้มา โดยเขียนในรูปแบบของ Essay โดยข้อสอบส่วนนี้ใช้เวลา 30 นาที คำถาม essay จำนวน 300 คำ ในส่วนนี้จะมีคำถามทั้งในด้านของจรรยาบรรณทางการแพทย์ ปรัชญา กฎหมาย สิทธิมนุษยชน และสังคมศาสตร์

ตัวอย่างข้อสอบ BMAT

วิธีการสมัครสอบ BMAT / ค่าสมัครสอบ BMAT

วิธีการสมัครสอบแบ่งออกเป็น 3 Steps คร่าวๆคือ

 1. ไปที่ www.metritests.com เลือกหัวข้อ Shop --> BMAT-Non Europe --> Continue --> Filter by country --> Thailand และเลือกสนามที่ต้องการ (หัวข้อเหล่านี้จะขึ้นให้เลือก เมื่ออยู่ในช่วงเวลาสมัครเท่านั้น)

           

 

2. เข้าสู่หน้าลงทะเบียน ใช้อีเมล์ Gmail, หรือ Hotmail ก็ได้และต้องกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และกลับมา activate อีกครั้งที่อีเมล์ที่ใช้ลงทะเบียน

               

 

3.ชำระค่าสมัครสอบ ก่อนชำระค่าสมัครสอบ ควรตรวจสอบรายละเอียด ชื่อ นามสกุล สนามสอบ วันเวลาต่างให้เรียบร้อย แล้วชำระด้วยบัตรเครดิต หลังจากนั้นจะได้รหัส OTP ทางโทรศัพท์ ให้นำรหัสนั้นมากรอกในเว็บและรับหลักฐานชำระเงินในอีเมล์

 

ค่าสมัครสอบในแต่ละรอบนั้นจะไม่เหมือนกัน โดยรอบ Aug / Sep จะมีค่าใช้จ่าย ประมาณ 4,700 บาท และรอบ Oct / Nov ประมาณ 3,200 บาท

ตารางสอบ BMAT ปี 2563

โดยปกติในประเทศไทย ทางคณะต่างๆจะใช้คะแนนจากรอบ สิงหาคม/กันยายน หรือ ตุลาคม/พฤศจิกายน

สำหรับการสอบ BMAT ในเดือนกันยายน : เปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 22 มิถุนายน 2563 และปิดลงทะเบียนในวันที่ 9 สิงหาคม 2563 เวลา 23.59 น. ไม่มีการลงทะเบียนล่าช้า (ยกเลิกแล้วเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19)

           

 

สำหรับการสอบ BMAT ในเดือนพฤศจิกายน : เปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 1 กันยายน 2563 และวันครบกำหนดลงทะเบียนมาตรฐานคือเวลา 17.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2563

               

 

**สามารถลงทะเบียนล่าช้าได้จนถึงเวลา 18.00 น. BST วันที่ 15 ตุลาคม 2563 มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการ      ลงทะเบียนล่าช้า ดังนั้นโปรดขอให้ศูนย์สอบของท่านลงทะเบียนท่านเพื่อรับการทดสอบแต่เนิ่น ๆ ก่อนวันครบ กำหนดลงทะเบียนมาตรฐาน

วิธีการคิดคะแนน BMAT

ข้อสอบ BMAT เป็นข้อสอบที่ไม่มี ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน! เพราะฉะนั้นน้องๆควรตั้งเป้าหมายให้ได้คะแนนสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
โดยแต่ละพาร์ทมีการคิดคะแนนต่างกันดังต่อไปนี้

Section 1 & 2 จะคิดเป็นข้อละ 1 คะแนนเท่าๆกัน แล้วนำมา convert ให้ตรงกับ scale คะแนนของ BMAT ซึ่งคือ 1 – 9 ปกติทั่วไปแล้วคะแนนเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5.0 คะแนนเกิน 5.0 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์คะแนนสูง และน้อยคนมากที่จะได้เกินคะแนน 7.0

               

 

Section 3 จะถูกให้คะแนนโดยผู้ตรวจ 2 คน แต่ละคนต้องให้คะแนน 2 ส่วนคือ คะแนนเนื้อหา (0 - 5) และคะแนนเรื่องการเขียนภาษาอังกฤษ (A,C,E)

               

 

หลังจากนั้นนำคะแนนจากผู้ตรวจทั้ง 2 คนมารวมกันและเฉลี่ย AA = A , AC = B , CC=C, CE = D, EE = E

 

 

ตัวอย่างการคิดคะแนน BMAT

สมมติว่าผู้ตรวจคนแรกให้คะแนน 2 ส่วน  = 4C และคนที่สองให้คะแนน 4A คะแนนที่น้องจะได้คือ 4B หรือ หากผู้ตรวจคนแรกให้คะแนน 3C และ คนที่สองให้ 2C คะแนนที่น้องได้คือ 2.5C เป็นต้น

มหาวิทยาลัยและหลักสูตรที่ใช้คะแนน BMAT

คะแนน BMAT ของคณะแพทย์ศาสตร์ในประเทศไทย จะใช้เพื่อยื่นคะแนนรอบ Portfolio (รอบความถนัดภาษาอังกฤษ) โดยใช้ยื่นควบคู่กับคะแนน IELTS / TOEFL

แพทย์จุฬา รับจำนวน 18 คน

แพทย์รามา รับจำนวน 25

แพทย์ขอนแก่น รับจำนวน 98

แพทย์เชียงใหม่ รับจำนวน 5

แพทย์ลาดกระบัง รับจำนวน 45

แพทย์มศว และ university of Nottingham (Joint Medical Programme) รับจำนวน 20 คน

แพทย์แพทย์ศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (CICM) รับจำนวน 30

แพทย์ทันตแพทย์ศาสตร์ ธรรมศาสตร์ (CICM) รับจำนวน 18

*ข้อมูลปี 2561

ข้อสอบ BMAT กำลังเป็นที่นิยมและรับมากถึง 300 ที่นั่งในปี 2561  ดังนั้นสำหรับน้องๆที่ต้องการเตรียมตัวเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ ทันตแพทย์ หรือ สัตวแพทย์ ในประเทศไทย ข้อสอบ BMAT จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญ และที่สำคัญเลยคือน้องๆยังสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อสอบ BMAT ได้ถึง 2 ปี

เพราะฉะนั้น ตามคำเรียกร้องจากน้องๆที่มีความฝันเป็นคุณหมอ KPH ได้ทำการจัดหลักสูตร BMAT ที่มีเนื้อหาครบถ้วนทั้ง ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และ Essay Writing ให้น้องๆได้เตรียมตัวกันอย่างมั่นใจ พร้อมกับฝึกจากข้อสอบเก่ามากมายกันจนคล่อง มีทั้งแบบ group และ private เลยค่ะ

 

 

 

หากน้องคนไหนมีข้อสงสัยหรืออยากวางแผนการเรียน BMAT สามารถติดต่อได้เลยที่ Line : @krupimhouse หรือ โทร 064-954-7733 หรือ walk in เข้ามาที่สถาบันได้เลย ที่ ชั้น 4 โซน D ตึก MBK Center ได้เลยค่า

 

 

 

 

คลิกอ่านบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ BMAT อีกมากมาย >>> https://bit.ly/2CJqFyx 

Location : 4th Floor, education zone (zone d), mbk center
PAthumWan  District, Bangkok 1032

LINE ID : @KRUPIMHOUSE 
WWW. KRUPIMHOUSE.COM

  • YouTube - Black Circle
  • Facebook - Black Circle
  • Twitter - Black Circle