top of page

LLBel จุฬา vs LLB ธรรมศาสตร์ ต่างกันอย่างไร?

ภาพรวมหลักสูตร

LLBel (Bachelor of Laws, experiential learning in Business and Technology Law) คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหลักสูตรที่เน้น project-based learning ผสมผสาน experiential learning ผ่าน legal clinic, internship, และ pro bono service นักศึกษาเลือก specialization ได้ระหว่าง Business Law หรือ Technology Law

​

LLB TU (International LL.B. Program in Business Law) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหลักสูตรนิติศาสตร์ธุรกิจนานาชาติที่เปิดรับนักศึกษาผ่านหลาย Track ทำให้มีความยืดหยุ่นในการสมัครมากกว่า รวมถึง Track ที่ใช้ข้อสอบของคณะแทน SAT

เกณฑ์คะแนนภาษาอังกฤษ

ความเหมือน: ทั้งสองโปรแกรมรับ IELTS Academic, TOEFL iBT และการทดสอบของมหาวิทยาลัยตัวเอง (CU-TEP / TU-GET) — ซึ่งหมายความว่านักเรียนส่วนใหญ่สามารถใช้คะแนนเดิมยื่นได้ทั้งคู่ ถ้าคะแนนสูงพอ

​

ความต่างที่สำคัญ — IELTS ห่างกัน 0.5 band เป็นตัวตัดสิน: ช่องว่าง 0.5 band ระหว่าง IELTS 6.0 (LLB TU) และ 6.5 (LLBel) ดูเล็กน้อย แต่ในทางปฏิบัติ IELTS 6.5 ยากกว่า 6.0 อย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้องรักษาคะแนนทุก skill ให้สม่ำเสมอ

​

กลยุทธ์: ตั้งเป้าที่ 6.5 ตั้งแต่แรก นักเรียนที่วางแผนยื่นทั้งสองโปรแกรมควรตั้งเป้า IELTS ≥ 6.5 เป็น target เดียว เพื่อ unlock ทั้ง LLBel และ LLB TU ในคราวเดียว — ไม่มีประโยชน์ที่จะหยุดเตรียมที่ 6.0 เพราะ effort ที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเปิดประตูเพิ่มอีกหนึ่งโปรแกรม

เกณฑ์คะแนน SAT

SAT ของทั้งสองโปรแกรมต่างกันน้อยมาก

เกณฑ์ SAT ของ LLBel และ LLB TU คล้ายกันมาก — ทั้งคู่กำหนด SAT Total ≥ 1,200 และไม่ได้ระบุขั้นต่ำ Math ความต่างที่แท้จริงมีเพียงจุดเดียวคือ EBRW ขั้นต่ำที่ LLB TU สูงกว่านิดหน่อย (550 vs 500)

​

กลยุทธ์: ตั้งเป้า EBRW ≥ 550 ตั้งแต่แรก — ได้คะแนนนี้แล้วยื่นได้ทั้ง LLBel และ LLB TU Track 1 ในคราวเดียว โดยไม่ต้องวางแผนแยก

ช่องทางรับสมัคร (Tracks) และ Timeline

ความแตกต่างสำคัญที่สุดข้อหนึ่งคือ LLB TU มีหลาย Track — รวมถึง Track ที่ไม่ต้องใช้ SAT เลย

​

LLBel จุฬา — รับผ่าน 2 รอบรับสมัคร (เกณฑ์เหมือนกันทั้งสองรอบ):

  • Early Admission: สมัคร พ.ย. – ธ.ค. 2568 / สัมภาษณ์ ม.ค. (~60 ที่นั่ง)

  • Admission (รอบ 2): สมัคร มี.ค. / สัมภาษณ์ เม.ย. (20 ที่นั่ง + ที่เหลือจาก Early ถ้ามี)

​

LLB TU — มี 4 Tracks:

  • Track 1: SAT ≥ 1,200 (EBRW ≥ 550) + English + Interview (~60 ที่นั่ง)

  • Track 2.1: สอบ TUAdLaw เท่านั้น — ไม่ต้องใช้ SAT (comprehension + logical reasoning + essay ภาษาอังกฤษ) (~40 ที่นั่ง)

  • Track 2.2: เกณฑ์เหมือน Track 1 (~15 ที่นั่ง)

  • Track 3: เกณฑ์เหมือน Track 1 (~5 ที่นั่ง)

สำคัญ: Track 1, 2.2, และ 3 ต้องใช้ SAT ทั้งหมด — มีเพียง Track 2.1 เท่านั้น ที่ใช้ TUAdLaw แทน SAT ได้

​

วิเคราะห์ Timeline

  • ธ.ค. = เดือนเดียว ยื่นได้สองที่

    • ​LLBel Early Admission เปิดรับสมัคร พ.ย.–ธ.ค. และ LLB TU Track 1 เปิดรับ ธ.ค. — timeline ทับซ้อนกัน นักเรียนที่มีคะแนน SAT same-sitting ≥ 1,200 (EBRW ≥ 550) และ IELTS ≥ 6.5 พร้อมก่อนปลายปีสามารถยื่นทั้งสองโปรแกรมในเดือนเดียวกันได้เลย โดยไม่ต้องรอรอบถัดไป

​

  • Early Admission ไม่เต็ม = Round 2 มีที่นั่งมากกว่าที่คิด

    • ​จุฬาฯ ระบุในประกาศอย่างเป็นทางการว่า ถ้า Early Admission รับไม่ครบ 60 ที่นั่ง ที่นั่งที่เหลือจะนำมารวมกับ Round 2 — ทำให้รอบ มี.ค. อาจมีที่นั่งมากกว่า 20 ขึ้นอยู่กับปีนั้น นักเรียนที่พลาด Early ไม่ควรท้อ เพราะ Round 2 อาจมีช่องมากกว่าที่คิด

​

  • TUAdLaw (ม.ค.–ก.พ.) = ตัวสำรองที่เตรียมได้คู่กัน

    • ​ถ้าผลลัพธ์จาก LLBel Early และ TU Track 1 ยังไม่ได้ประกาศ (หรือไม่ผ่าน) ก็ยังมีเวลาสมัคร Track 2.1 (TUAdLaw) ได้ในช่วง ม.ค.–ก.พ. — นักเรียนที่เตรียม TUAdLaw ควบคู่กับ SAT ตั้งแต่แรกจะมีตำวสำรองชั้นสองโดยไม่เสียเวลาเพิ่ม

​

  • กลยุทธ์ตาม timeline: คะแนนพร้อมก่อน ธ.ค. = โอกาสสูงสุด นักเรียนที่ตั้งเป้ายื่น LLBel หรือ LLB TU ควรวางแผนให้คะแนน SAT (same-sitting ≥ 1,200, EBRW ≥ 550) และ IELTS (≥ 6.5) พร้อมก่อนเดือน ธ.ค. เพราะจะเปิดโอกาสได้ 3 ช่องพร้อมกัน: LLBel Early + TU Track 1 + TU Track 2.2 (ก.พ.–มี.ค.) — ทุกช่องที่ใช้ SAT จะเปิดรับในซีซันเดียว

Portfolio และ Interview

ค่าเทอมและทุนการศึกษา

โอกาสสำหรับนักเรียน 

โอกาสที่ LLBel จุฬาฯ เปิดให้

  • Early Admission = โอกาสที่ใหญ่กว่า Round 2 มาก

    • LLBel รับ 60 ที่นั่งในรอบ Early Admission (พ.ย.-ธ.ค.) และเพียง 20 ที่นั่งใน Round 2 (มี.ค.) — นักเรียนที่มีคะแนน SAT same-sitting พร้อมก่อนปลายปีมีโอกาสรับตรง 3 เท่าของคนที่รอรอบหลัก

  • Portfolio คือความได้เปรียบ — ไม่ใช่อุปสรรค

    • นักเรียนที่มีกิจกรรม CAS, research, หรือ internship ที่โดดเด่นสามารถใช้ Portfolio สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งที่คะแนนสูสีกัน ใน LLB TU ซึ่งไม่มี Portfolio ทุกคนแข่งกันที่คะแนนอย่างเดียว

​

โอกาสที่ LLB ธรรมศาสตร์ เปิดให้

  • Track 2.1 = ประตูสำหรับนักเรียนที่ SAT ไม่แข็ง

    • ​TUAdLaw (comprehension + logical reasoning + essay ภาษาอังกฤษ) ทดสอบทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และภาษาอังกฤษโดยตรง — นักเรียนที่แข็งด้านภาษาและการอ่านแต่ยังไม่ได้คะแนน SAT 1,200 สามารถเตรียม TUAdLaw แทนได้ใน 2-3 เดือน

  • ~120 ที่นั่ง = อัตราแข่งขันต่ำกว่า

    • ​LLB TU รับเกือบ 1.5 เท่าของ LLBel ต่อปี — ทำให้โอกาสรับโดยรวมสูงกว่าสำหรับนักเรียนที่คะแนนอยู่ในช่วง borderline

​

สถานการณ์ที่ควรสมัครทั้งสอง

นักเรียนที่มี SAT same-sitting ≥ 1,200 และ IELTS ≥ 6.5 ควรสมัครทั้ง LLBel และ LLB TU Track 1 พร้อมกัน เพราะ timeline ของทั้งสองโปรแกรม มีความใกล้เคียงกันมาก สามารถสมัครทั้งสองโปรแกรมพร้อมๆ กันได้เลย

  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter

✏️ KPH — House of Knowledge and Potential
📍 กรุงเทพมหานคร (Bangkok, Thailand)
📞 064-954-7733
📧 pjkphouse@gmail.com

Line ID : @Krupimhouse
🕐 จันทร์–อาทิตย์ 9:00–20:00 น.

สถาบัน KPH สอนออนไลน์ SAT IELTS ACT AP กรุงเทพ
bottom of page