top of page

LLBel จุฬา คืออะไร? ครบทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนสมัคร 2026

LLBel จุฬา คืออะไร?

LLBel จุฬา หรือชื่อเต็มว่า Bachelor of Laws in Business and Technology Law (International Program) คือหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตนานาชาติ ของ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนเป็นภาษาอังกฤษ 100% ตลอด 4 ปี

LLBel เป็น หลักสูตรนิติศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทย ที่เน้น Experiential Learning หรือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผสานความรู้กฎหมายเชิงทฤษฎีกับทักษะวิชาชีพในโลกจริง ภายใต้แนวคิด "An Innovative Legal Education through an Integration of Knowledge, Skills, and Real Experiences"

จุดเด่นที่ทำให้ LLBel แตกต่างจากหลักสูตรนิติศาสตร์ทั่วไปคือการเน้น Business Law และ Technology Law — 2 สาขาที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงที่สุดในตลาดกฎหมายยุคดิจิทัล

จุดเด่นของ LLBel จุฬา:

  • หลักสูตรนิติศาสตร์นานาชาติแห่งแรกในไทยที่เน้น Experiential Learning

  • เรียนรู้กฎหมายจากอาจารย์ระดับนานาชาติและนักปฏิบัติจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ

  • เลือก Specialization ได้ 2 แนว: Business Law หรือ Technology Law

  • ต้องผ่าน Legal Clinic / Externship ที่สำนักงานกฎหมายชั้นนำ — ประสบการณ์จริงก่อนจบ

  • มี Pro Bono Service บังคับ — สร้างจรรยาบรรณวิชาชีพกฎหมาย

  • รับทั้ง นักศึกษา ม.6 (Track 1) และ ผู้จบปริญญาตรีสาขาอื่น (Track 2)

  • ใบปริญญา นิติศาสตรบัณฑิต (น.บ.) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

LLBel จุฬา เรียนอะไร? เน้นด้านไหน

คะแนนที่ต้องใช้สมัคร LLBel จุฬา

LLBel มีเงื่อนไขคะแนนที่ชัดเจน — ต้องผ่านทั้ง English Proficiency และ SAT พร้อมกัน

เกณฑ์ที่ 1 — English Proficiency (เลือก 1)

  • IELTS (Academic) ≥ 6.5

  • TOEFL iBT ≥ 79

  • CU-TEP ≥ 88

เกณฑ์ที่ 2 — SAT (ต้องผ่านทั้ง 2 เงื่อนไขพร้อมกัน)

  • SAT Total ≥ 1,200

  • SAT EBRW ≥ 500

  • ⚠️ EBRW และ Math ต้องมาจากการสอบวันเดียวกัน (Superscore ไม่รับ)

ข้อสำคัญ:

  • คะแนนทุกตัวต้องมีอายุ ไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร

  • SAT ที่ LLBel ใช้คือ Total ≥ 1,200 (ทั้ง EBRW + Math) พร้อมกับ EBRW ≥ 500 ต่างจาก BALAC ที่ใช้ EBRW อย่างเดียว

Portfolio — เอกสารพิเศษที่ LLBel ต้องการ

LLBel เป็นหลักสูตรที่บังคับยื่น Portfolio เป็นส่วนหนึ่งของใบสมัคร Portfolio มีน้ำหนักในการพิจารณาคัดเลือกเข้าสัมภาษณ์และในการประเมินสัมภาษณ์ด้วย

รูปแบบ Portfolio:

  • ไฟล์ PDF ภาษาอังกฤษ ไม่เกิน 10 หน้า A4 (ไม่นับปก บทนำ และสารบัญ)

  • ชื่อไฟล์: [ชื่อ-นามสกุล]LLBel2026Admission.pdf

เนื้อหา Portfolio ที่ต้องมี:

  • Personal Resume — ประวัติส่วนตัว ไม่เกิน 2 หน้า

  • Personal Statement / Reflective Writing — เรียงความส่วนตัว ไม่เกิน 2 หน้า Times New Roman 12pt single-spaced

  • Awards, Skills, Projects — รางวัล ทักษะ และผลงาน ไม่เกิน 3 หน้า

  • Social Activities — กิจกรรมเพื่อสังคม ไม่เกิน 3 หน้า

การคัดเลือก — SAT + Portfolio + Interview

หลังจากยื่นเอกสารครบ คณะนิติศาสตร์จะคัดรายชื่อเข้าสัมภาษณ์จาก คะแนน SAT เป็นหลัก จากนั้นในการสัมภาษณ์จะประเมินจาก:

  • คะแนน SAT

  • Portfolio ที่ยื่นมาพร้อมใบสมัคร

  • English Communication — ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ

ดังนั้น SAT ยิ่งสูงยิ่งมีโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์มากขึ้น และ Portfolio ที่แข็งแกร่งช่วยให้ผ่านสัมภาษณ์ได้ — ทั้ง 2 อย่างสำคัญมาก

รอบรับสมัครและ Timeline

LLBel เปิดรับสมัคร 2 รอบ สำหรับนักเรียนไทย + 1 รอบสำหรับผู้จบปริญญาตรีมาแล้ว

  • รอบ Early Admission — พ.ย.–ธ.ค. สัมภาษณ์ ม.ค. รับ ~60 คน

  • รอบ Admission — มี.ค. สัมภาษณ์ เม.ย.

  • รอบ Track 2 (สำหรับผู้จบปริญญาตรีมาแล้ว) — ม.ค.–พ.ค. รับ ~10 คน

สมัครออนไลน์ที่ law.chula-regist.com ค่าสมัคร 1,000 บาท โอนเข้า KBank บัญชีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ 143-1-18339-7 หรือผ่าน SCB app

ค่าเล่าเรียน LLBel จุฬา

LLBel มีค่าเทอมค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับบรรดาหลักสูตรนานาชาติของจุฬาฯ อื่นๆ ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพหลักสูตร ทรัพยากร และประสบการณ์วิชาชีพที่นักศึกษาจะได้รับ

LLBel แตกต่างจากหลักสูตรนานาชาติอื่นๆ ของจุฬาฯ อย่างไร?

LLBel มีจุดเฉพาะตัวหลายอย่างที่ไม่เหมือนหลักสูตรอื่นใดของจุฬาฯ:

ด้านเนื้อหา:

  • LLBel เป็นหลักสูตร กฎหมาย เพียงหลักสูตรเดียว ในบรรดา Chula International Programs ทั้งหมด (BBA/EBA/ISE/BCM/BALAC ไม่มีหลักสูตรกฎหมาย)

  • เน้น Business + Technology Law ตอบโจทย์โลกยุค Digital Economy

ด้านคะแนนที่ใช้:

  • LLBel ใช้ SAT Total ≥ 1,200 + EBRW ≥ 500

  • ต่างจาก BALAC ที่ใช้ SAT EBRW อย่างเดียว และต่างจาก EBA ที่กำหนด EBRW/Math แยกกัน

  • Superscore ไม่รับ — EBRW + Math ต้องมาจากการสอบวันเดียวกัน

ด้านเอกสาร:

  • LLBel เป็นหลักสูตรเดียวที่ บังคับยื่น Portfolio (10 หน้า) รวมถึง Personal Statement

  • ต้องผ่าน Legal Clinic / Externship + Pro Bono — ประสบการณ์จริงก่อนจบ

รับผู้จบปริญญาตรีด้วย:

  • LLBel มี Track 2 สำหรับ ผู้จบปริญญาตรีสาขาอื่น (~10 คน) — เส้นทาง Career Change สู่วิชาชีพกฎหมาย ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

เรียนจบ LLBel จุฬา ทำงานอะไรได้บ้าง?

บัณฑิต LLBel มีทักษะที่ตลาดกฎหมายยุค Digital ต้องการสูงมาก โดยเฉพาะสายธุรกิจและเทคโนโลยี

  • สำนักงานกฎหมายชั้นนำ (Law Firm): ทนายความสาย Corporate, M&A, Technology, Baker McKenzie, Linklaters, Clifford Chance Bangkok

  • บริษัทชั้นนำ (In-house Counsel): Legal Counsel ใน SCB, LINE Thailand, Grab, Lazada, Central Group — บริษัทที่ต้องการทนายความที่เข้าใจทั้งกฎหมายและเทคโนโลยี

  • ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล: สำนักงาน กสทช., สำนักงาน คณะกรรมการ กฤษฎีกา, BOT (ธนาคารแห่งประเทศไทย), SEC

  • องค์กรระหว่างประเทศ: WIPO, WTO, UNCTAD — สายกฎหมายระหว่างประเทศและทรัพย์สินทางปัญญา

  • Startup & Tech Company: Legal Advisor ใน Fintech, AI, Data Company ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเทคโนโลยีโดยตรง

  • เรียนต่อปริญญาโท: LL.M. ที่ Harvard, NYU, Oxford, LSE, NUS — บัณฑิต LLBel มีความพร้อมสูงสำหรับหลักสูตร LL.M. ระดับโลก

เตรียมตัวอย่างไรให้ติด LLBel จุฬา?

  • SAT Total สูงกว่า 1,200 มากเท่าไหร่ยิ่งดี SAT Total ≥ 1,200 เป็นขั้นต่ำ แต่คณะใช้ SAT เป็นตัวคัดผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ ยิ่งคะแนนสูงยิ่งมีโอกาสถูกเรียก ควรตั้งเป้า 1,350 ขึ้นไป เนื่องจาก LLBel เป็นที่นิยมสูงและมีผู้แข่งขันมาก

  • EBRW ≥ 500 จากการสอบครั้งเดียว (Superscore ไม่รับ) วางแผนสอบให้ได้ทั้ง Total ≥ 1,200 และ EBRW ≥ 500 จากการสอบครั้งเดียวกัน ไม่สามารถนำคะแนน EBRW จาก sitting หนึ่งมารวมกับ Math จากอีก sitting ได้

  • Portfolio คือความแตกต่างที่แท้จริง Portfolio ต้องสะท้อน Passion ในกฎหมายและความสนใจใน Business/Technology Law อย่างชัดเจน Personal Statement ควรอธิบายว่าทำไมถึงเลือก LLBel ไม่ใช่หลักสูตรอื่น และมีประสบการณ์ใดที่แสดงให้เห็น Potential ด้านกฎหมาย

  • เตรียม Interview เป็นภาษาอังกฤษ ฝึกพูดเกี่ยวกับประเด็นกฎหมายที่สนใจ เช่น AI กับกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายความเป็นส่วนตัวข้อมูล และ Business Law แสดงให้เห็นว่าเข้าใจว่า LLBel ต่างจากหลักสูตรกฎหมายทั่วไปอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: LLBel จุฬา คืออะไร?

    • LLBel ย่อจาก Bachelor of Laws, experiential learning in Business and Technology Law คือหลักสูตรนิติศาสตร์นานาชาติ เรียน English 100% ของคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ เน้น Business Law และ Technology Law พร้อมประสบการณ์จริงจาก Legal Clinic, Externship และ Pro Bono Service

  • Q: LLBel ต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง?

    • ต้องมี 2 อย่าง: English (IELTS ≥ 6.5 หรือ TOEFL iBT ≥ 79 หรือ CU-TEP ≥ 88) + SAT Total ≥ 1,200 พร้อม EBRW ≥ 500 จากการสอบวันเดียวกัน (Superscore ไม่รับ)

  • Q: LLBel ต้องยื่น Portfolio ไหม?

    • ต้องค่ะ Portfolio เป็นเอกสารบังคับ ไฟล์ PDF ภาษาอังกฤษ ≤10 หน้า A4 ประกอบด้วย Resume, Personal Statement, รางวัล/ทักษะ/ผลงาน และกิจกรรมเพื่อสังคม

  • Q: Superscore ใช้สมัคร LLBel ได้ไหม?

    • ไม่ได้ค่ะ EBRW และ Math ต้องมาจากการสอบวันเดียวกัน (same test date) ต้องวางแผนสอบให้ได้ทั้ง Total ≥ 1,200 และ EBRW ≥ 500 จากการสอบครั้งเดียว

  • Q: LLBel รับผู้จบปริญญาตรีด้วยไหม?

    • ได้ค่ะ LLBel มี Track 2 สำหรับผู้จบปริญญาตรีสาขาอื่น (ไม่ใช่กฎหมาย) จากสถาบันไทยหรือต่างประเทศที่ได้รับการรับรอง รับประมาณ 10 คน สมัครช่วง ม.ค.–พ.ค.

  • Q: ค่าเทอม LLBel จุฬาเท่าไหร่?

    • ประมาณ 292,000 บาท/ปี สำหรับนักศึกษาไทย (ประมาณ 146,000 บาท/ภาค) และ 402,000 บาท/ปี สำหรับนักศึกษาต่างชาติ — สูงที่สุดในบรรดาหลักสูตรนานาชาติของจุฬาฯ ทั้งหมด

  • Q: ค่าสมัคร LLBel เท่าไหร่?

    • 1,000 บาท โอนเข้า KBank 143-1-18339-7 (คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ) หรือผ่าน SCB app ไม่คืนไม่ว่ากรณีใด

  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter

✏️ KPH — House of Knowledge and Potential
📍 กรุงเทพมหานคร (Bangkok, Thailand)
📞 064-954-7733
📧 pjkphouse@gmail.com

Line ID : @Krupimhouse
🕐 จันทร์–อาทิตย์ 9:00–20:00 น.

สถาบัน KPH สอนออนไลน์ SAT IELTS ACT AP กรุงเทพ
bottom of page