คลายข้อสงสัยข้อสอบ BMAT!!


พูดคุยเกี่ยวกับข้อสอบ BMAT



เนื่องจากข้อสอบ BMAT สำหรับประเทศไทยนั้น พึ่งเริ่มมีการใช้คะแนนนี้กันได้ไม่นาน น้องๆหลายคนจึงมีข้อสงสัยมาถามพี่ๆ KPH กันมากมาย เพราะฉะนั้นเพื่อให้น้องๆเข้าใจกัน พี่ๆ KPH ได้รวบรวมคำถามเจอบ่อยมาไขข้อข้อใจให้ทั้งน้องนักเรียนและผู้ปกครองกันค่ะ

Q: ข้อสอบ BMAT คืออะไร?



A : BMAT (Biomedical Admission Test) คือ การสอบเฉพาะทางสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อในสาขาการแพทย์ สัตวแพทย์ ซึ่งจัดทำโดย Cambridge Assessment โดยเมื่อปีการศึกษา 2560 หลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดรับนักศึกษาแพทย์โดยการยื่นคะแนน BMAT เป็นปีแรก และในปีต่อๆมาก็มีคณะแพทย์ชื่อดังของมหาวิทยาลัยต่างๆ เปิดรับนักศึกษาแพทย์โดยใช้คะแนน BMAT มากขึ้น ได้แก่ แพทย์จุฬาฯ , แพทย์ รามาฯ , แพทย์ขอนแก่น , แพทย์เชียงใหม่ , แพทย์ลาดกระบัง , แพทย์ มศว. และ University of Nottingham (Joint Medical Programme) , แพทย์ ธรรมศาสตร์ (CICM) และ ทันตะ ธรรมศาสตร์ (CICM)





Q: ข้อสอบ BMAT ประกอบด้วยอะไรบ้าง



A: ข้อสอบ BMAT ประกอบด้วย 3 sections ใช้เวลาทั้งหมด 2 ชั่วโมง

Section 1 : Aptitude and Skills (คะแนนเต็ม 9) พาร์ทนี้น้องๆส่วนใหญ่บอกว่ายาก เนื่องจากเป็นการวัดระดับความถนัดแพทย์ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 แนว คือ

Critical Thinking นักเรียนต้องหาข้อผิดพลาดจาก argument ที่โจทย์ให้มาและสรุปด้วยเหตุผล Problem Solving เป็นการแก้ปัญหาโดยใช้ทักษะคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน Data Analysis โจทย์แนววิเคราะห์ข้อมูลจาก Data ที่โจทย์ให้มา ไม่ว่าจะเป็น text, stat, หรือ graph

Section 2 : Scientific Knowledge & Application (คะแนนเต็ม 9)เป็นข้อสอบ multiple choice จำนวน 27 ข้อ ใช้เวลา 30 นาที เพื่อทดสอบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ซึ่งครอบคลุมไปถึงวิชาฟิสิกส์ เคมี ชีวะ และคณิตศาสตร์ ซึ่งระดับความยากใกล้เคียงกันกับข้อสอบ SAT Subject Test หรือ ข้อสอบ IGCSE

Section 3 : Essay Writing เป็นการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเป็นการเขียนตอบคำถาม 1 ข้อ โดยเลือกจาก 3 ข้อที่ข้อสอบให้มา โดยเขียนในรูปแบบของ Essay โดยข้อสอบส่วนนี้ใช้เวลา 30 นาที คำถาม essay จำนวน 300 คำ ในส่วนนี้จะมีคำถามทั้งในด้านของจรรยาบรรณทางการแพทย์ ปรัชญา กฎหมาย สิทธิมนุษยชน และสังคมศาสตร์


Q: จะสอบ BMAT ต้องรอเรียนจบม.6 ก่อนแล้วค่อยสอบใช่มั้ย?



A: ไม่ใช่ค่า คะแนน BMAT สามารถเก็บได้ถึง 2 ปี เพราะฉะนั้นถ้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว น้องๆสามารถลงสอบได้ตั้งแต่ชั้นม.5 เลยค่ะ ถ้าพอใจคะแนนที่ได้แล้ว สามารถเก็บคะแนนไว้เพื่อยื่นในรอบที่น้องๆต้องการได้เลยค่า



Q: ข้อสอบ BMAT มีไว้เพื่อสอบเข้าคณะแพทย์อินเตอร์เท่านั้นใช่มั้ย?



A: ไม่ใช่ค่า ปัจจุบันนี้นอกจากคณะแพทย์อินเตอร์ ธรรมศาสตร์ (CICM) และแพทย์ศาสตร์ อินเตอร์ มหิดลแล้ว คณะแพทย์ศาสตร์ภาคไทย เช่น แพทย์ จุฬา แพทย์ รามา ก็สามารถใช้คะแนน BMAT ยื่นในรอบ Portfolio (รอบ 1) ควบคู่กับคะแนน TOEFL/IELTS ตามที่คณะกำหนด ได้เช่นกันค่ะ



Q: อยากเป็นหมอ แต่ไม่ได้เรียนสายวิทย์ สอบแค่ BMAT ผ่านได้มั้ย?


A: ไม่ได้เรียนสายวิทย์ น้องๆก็สามารถสอบ BMAT และเป็นหมอได้ค่า อย่างไรก็ตาม เนื้อหาข้อสอบ BMAT จะครอบคลุมทั้ง คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ เพราะฉะนั้นหากน้องๆเป็นนักเรียนสายศิลป์ อาจจะเสียเปรียบเนื้อหาส่วนนี้ แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ พี่เชื่อว่าถ้าน้องๆตั้งใจแล้ว อะไรก็ฉุดเราไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าอยากเป็นหมอแล้วละก็ ลุย IELTS กับ BMAT ไปเลยค่า




Q: ไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ จะสอบ BMAT ได้มั้ย?


A: เนื่องจากข้อสอบ BMAT เป็นการข้อสอบภาษาอังกฤษทั้งหมด น้องๆหลายคนคงจะกังวลกลัวว่าจะทำไม่ได้ แต่จากข้อสอบเก่าที่พี่ๆเห็นกันมาแล้ว พี่ๆเชื่อว่าสำหรับพาร์ท Math Physics Chemistry และ Biology คำศัพท์ไม่ยากเกินไปแน่นอนค่ะ น้องๆสามารถพบเจอคำศัพท์เหล่านี้ได้ตามหนังสือเรียนของน้องเลย หรืออาจจะลองซื้อหนังสือเป็นภาษาอังกฤษมาลองอ่านดูได้เลยค่า พี่เชื่อว่าไม่ยากเกินไปแน่นอน

แต่สำหรับพาร์ท Writing อาจต้องมีการฝึกหนักหน่อยนะคะ เนื่องจากน้องต้องเขียนในรูปแบบ essay writing จำนวน 300 คำ ในเวลาเพียง 30 นาที และหัวข้อมักจะเกี่ยวกับเรื่องของจรรยาบรรณแพทย์ สิทธิมนุษยชน สังคมศาสตร์ พี่เชื่อว่าถ้าน้องๆไม่เตรียมตัวกันอย่างเต็มที่ล่วงหน้า ในห้องสอบต้องมีงงๆ ตกใจ ทำไม่ทันกันไปตามระเบียบแน่นอนค่ะ



Q: BMAT ก็ต้องใช้ IELTS ก็ต้องเอา สอบอะไรก่อนดี?



A: ก่อนอื่นเลย ข้อสอบ BMAT สามารถสอบได้ 2 รอบต่อปี (เลือกสอบได้รอบเดียว)แต่ข้อสอบ IELTS สามารถสอบเรื่อยๆเฉลี่ยเดือนละอย่างน้อย 3 ครั้ง (แบบ paper) เพราะฉะนั้นข้อสอบ BMAT ค่อนข้างที่จะเสี่ยงกว่าและเนื้อหาเยอะกว่ามากเลยค่ะ ดังนั้นพี่ๆแนะนำรีบเก็บคะแนน IELTS ไว้ให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะ IELTS Writing ควรฝึกให้เยอะๆให้ได้คะแนนดีๆ เพราะสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ ข้อสอบ BMAT Section 3 Writing ได้อย่างดีค่ะ ถ้าเป็นไปได้พี่อยากให้ตั้งเป้าไว้ที่คะแนน IELTS 7.0 เพื่อที่น้องจะได้ยื่นคะแนนแพทย์ศาสตร์ได้ทุกคณะค่า หลังจากนั้นให้น้องทุ่มเวลาให้กับ BMAT ให้มากๆ พี่เชื่อหากน้อง manage เวลาดีๆ น้องๆสามารถมีคะแนนทั้ง 2 ตัวได้โดยไม่เหนื่อยเลยค่ะ



Q: ข้อสอบ BMAT ลงรอบไหนง่ายกว่ากัน?


A: ข้อสอบ BMAT เป็นข้อสอบมาตรฐานสากล เพราะฉะนั้นไม่มีรอบยาก รอบง่ายแน่นอน น้องๆสามารถเลือกรอบที่เหมาะสมกับตัวเองได้เลยค่ะ




Q: จะสอบ BMAT แล้วเตรียมตัวยังไงดี



A: ก่อนที่จะสอบ BMAT พี่อยากให้น้องทุกคนแบ่งเวลาให้ดีก่อนเลยค่ะ เพราะว่าน้องๆต้องสอบหลายวิชาเลย และเช็คตัวเองให้ดีว่าน้องถนัดหรือไม่ถนัดด้านไหนเป็นพิเศษมั้ย เช่นถ้าไม่ถนัด ภาษาอังกฤษ Essay Writing พี่ก็อยากให้เริ่มหาวิธีการ เทคนิคต่างๆ ซึ่งถ้าลองอ่านเองไม่ไหว มาให้พี่ๆที่ KPH ช่วยได้เลยค่า




สำหรับน้องๆคนไหนที่ยังงงๆ ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง สามารถปรึกษาครูฝน ครูฟ้า KPH ได้ที่ line : @krupimhouse , โทร 064-954-7733 , หรือสามารถเข้ามาคุยกับคุณครูได้โดยตรงที่สถาบัน KPH ชั้น 4 โซน D อาคาร MBK Center ได้เลยค่า

0 views

Location : 4th Floor, education zone (zone d), mbk center
PAthumWan  District, Bangkok 1032

LINE ID : @KRUPIMHOUSE 
WWW. KRUPIMHOUSE.COM

  • YouTube - Black Circle
  • Facebook - Black Circle
  • Twitter - Black Circle