BAScii จุฬา คืออะไร? ครบทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนสมัคร 2026
BAScii จุฬา คืออะไร?
BAScii จุฬา หรือชื่อเต็มว่า Bachelor of Arts and Science in Integrated Innovation คือหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติของ Chulalongkorn School of Integrated Innovation (CSII) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนเป็นภาษาอังกฤษ 100% เปิดตั้งแต่ปี 2019
BAScii เป็นหลักสูตรที่แตกต่างจาก Chula International Programs อื่นๆ ทั้งหมด ตรงที่ ไม่ได้เน้นสาขาเดียว แต่เป็นการรวมนวัตกรรม เทคโนโลยี ธุรกิจ และสังคม เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างบัณฑิตที่สามารถแก้ปัญหาโลกจริงและสร้างธุรกิจใหม่ได้
จุดเด่นของ BAScii จุฬา:
-
เรียนในแนว Integrated Innovation — ผสมเทคโนโลยี (AI/Data), ธุรกิจ (Entrepreneurship), และสังคม
-
E-Portfolio + Aptitude Test เป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือก — ไม่ใช่แค่คะแนนสอบอย่างเดียว
-
ACT รับด้วย — ไม่ค่อยพบในหลักสูตรนานาชาติจุฬาฯ อื่นๆ
-
คะแนน Math มีน้ำหนักสูงถึง 30% — สูงกว่า English (20%) ในเกณฑ์คัดเลือก
-
มี 3 Specializations ให้เลือกตั้งแต่ปีสอง: AI, Smart City, Health & Wellbeing
-
มี Semester Abroad และ Labs ครบ: FabLab, AI Lab, Social Innovation Lab
-
ค่าเทอม เท่ากันสำหรับนักศึกษาไทยและต่างชาติ — 221,000 บาท/ภาค
BAScii เรียนอะไรบ้าง?
BAScii ออกแบบหลักสูตรรอบ BAScii Wisdom Tree ซึ่งประกอบด้วย 5 เสาหลัก:
-
Core Competency: Business + Technology หัวใจของ BAScii คือการเรียนทั้ง Core Business (Entrepreneurship) และ Core Technology (AI) ควบคู่กัน วิชาตัวอย่างได้แก่ Entrepreneurship Science, Generative AI Literacy and Applications, Data Ecosystems and Algorithmic Thinking และ Coding for Entrepreneurs
-
Foundation Knowledge (STEAM) : พื้นฐานข้ามสายวิชา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม ศิลปะ และคณิตศาสตร์ เพื่อฝึกการแก้ปัญหาแบบ Interdisciplinary
-
21st Century Skills : Critical Thinking, Creativity, Collaboration, Computer Literacy, Cross-cultural Management และ Communication — ทักษะที่นายจ้างทุกที่ต้องการ
-
3 Specializations (เลือกตั้งแต่ปีสอง) : นักศึกษาสามารถเลือกและ Customize เส้นทางของตัวเองได้:
-
Applied Digital Intelligence — AI, Data Science, Machine Learning
-
Smart City & Sustainable Development — เมืองอัจฉริยะ, SDGs
-
Health & Wellbeing — นวัตกรรมสุขภาพ, Healthcare Tech
-
-
Innovation Projects ตลอด 4 ปี
-
Innovation Seed Project — ตั้งแต่ปีแรก ฝึกคิดแก้ปัญหาจริง
-
Semester Abroad — แลกเปลี่ยนมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
-
Capstone Project — โปรเจกต์จบที่สะท้อนความสนใจส่วนตัว
-
-
นอกจากนี้ยังมี Labs สนับสนุนการเรียนรู้แบบ Hands-on:
-
FabLab: 3D printers, Laser cutters, Robotic arms — สำหรับสร้าง Physical Prototype
-
AI Lab: Machine learning, Data analytics, Neural networks — ร่วมกับ Asian Institute of Technology (AIT)
-
Social Innovation Lab: โปรเจกต์เพื่อสังคม เช่น RoiJaiRak ช่วยชุมชนชาวเขา
-
คะแนนที่ต้องใช้สมัคร BAScii จุฬา
BAScii มีระบบ Requirements ที่แตกต่างจาก Chula Intl Programs อื่นๆ — ต้องยื่น ทั้ง English AND Math แยกกัน หรือใช้คะแนน Composite แทน
English Proficiency (บังคับ — เลือก 1)
-
TOEFL iBT ≥ 80
-
IELTS ≥ 6.5 ⚠️ IELTS One Skill Retake (OSR) ไม่รับ
-
SAT EBRW ≥ 500 (Evidence-Based Reading and Writing เท่านั้น)
-
ACT (English + Reading) ≥ 37
-
CU-TEP ≥ 100
Math Proficiency (บังคับ — เลือก 1)
-
SAT Math ≥ 640
-
ACT Math ≥ 27
-
CU-AAT Math ≥ 620
⚠️ ถ้ายื่น SAT ทั้ง EBRW + Math หรือ ACT ทั้ง English + Math ต้องมาจากวันสอบเดียวกัน
ทางเลือก: Composite Score (แทนการยื่นแยก)
-
SAT Composite ≥ 1,300 หรือ
-
GED Overall ≥ 700
สิ่งที่ BAScii ต่างจากหลักสูตรอื่น:
-
รับ ACT — หลักสูตรจุฬาฯ อื่นส่วนใหญ่ไม่รับ
-
ไม่ต้องส่ง SAT Score จาก College Board โดยตรง — Upload PDF เองได้ ผ่านระบบ csiiadmission.com
-
คะแนนทุกตัวต้องมีอายุ ไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
น้ำหนักคะแนนและเกณฑ์คัดเลือก BAScii
BAScii ไม่ได้ดูแค่คะแนนสอบ — ใช้ 5 เกณฑ์ ในการประเมิน:
สิ่งที่ต้องเข้าใจ:
-
Math มีน้ำหนักสูงสุด 30% — ยิ่ง SAT Math หรือ ACT Math สูง ยิ่งได้เปรียบ
-
Aptitude Test 20% — ไม่ใช่การสอบความรู้ แต่ทดสอบ "ความโน้มเอียงตามธรรมชาติ" ต่อนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ — ไม่ต้องเตรียมการพิเศษ
-
E-Portfolio + Interview 15% — สำคัญมาก ควรแสดงประสบการณ์ด้านนวัตกรรม, โปรเจกต์, Leadership, Competition
-
Team Dynamic Assessment 15% — ทำงานกลุ่มแก้โจทย์จริงร่วมกับผู้สมัครคนอื่น ทดสอบ Design Thinking และ Teamwork
-
ต้องเข้าสอบ/สัมภาษณ์ทั้งหมด Onsite — ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งถือว่าตกรอบ
E-Portfolio BAScii ใส่อะไรได้บ้าง?
E-Portfolio มีน้ำหนัก 15% (รวมกับ Interview) ในการคัดเลือก · สมัครผ่านระบบ csiiadmission.com เท่านั้น ไม่รับไฟล์แนบแยกต่างหาก · เป้าหมายคือแสดงให้เห็นว่าคุณ "พร้อม" สำหรับ BAScii — ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และผู้นำ
Tips เขียน E-Portfolio ให้โดดเด่น
🎯เน้น Impact ไม่ใช่แค่ Activity — อธิบายว่าทำแล้วเกิดอะไรขึ้น วัดผลได้ เช่น "ช่วยชุมชน 50 คน" ดีกว่า "เคยทำงานอาสา"
🔗เชื่อมกับ BAScii — อธิบายว่าประสบการณ์นั้นสะท้อน Innovation / Entrepreneurship / Technology อย่างไร
📸ใส่หลักฐานได้ — รูปโปรเจกต์, Link, Certificate, Screenshot ใส่ประกอบได้ตามฟอร์มในระบบ
✍️เขียนภาษาอังกฤษให้ชัด — E-Portfolio ทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ ใช้ประโยคสั้น กระชับ ตรงประเด็น
⚠️ห้ามแนบไฟล์ E-Portfolio แยกต่างหาก — CSII รับเฉพาะที่กรอกในระบบ csiiadmission.com เท่านั้น ไฟล์ PDF หรือ Link นอกระบบจะไม่ได้รับการพิจารณา
⚠️ไม่ต้องมีครบทุกหมวด — ใส่สิ่งที่ทำจริงและสะท้อนตัวตนได้ดีที่สุด คณะกรรมการมองหาความ Authentic ไม่ใช่ปริมาณ
⚠️Aptitude Test ≠ E-Portfolio — ทั้งสองเป็น Assessment แยกกัน Aptitude Test ไม่มีถูก-ผิด ไม่ต้องเตรียมล่วงหน้า
รอบรับสมัครและ Timeline
BAScii เปิดรับสมัคร 4 รอบ ต่อปีการศึกษา:
นักศึกษาสัญชาติไทย (2 รอบ — ระบบ TCAS)
-
Early Admission: พ.ย.–ธ.ค. → สัมภาษณ์ ม.ค. → ประกาศผล ม.ค.–ก.พ.
-
2nd Admission: มี.ค. → สัมภาษณ์ เม.ย. → ประกาศผล พ.ค.
นักศึกษาต่างชาติ (2 รอบ — สัมภาษณ์ออนไลน์ได้)
-
Early International: ธ.ค.–ก.พ. → สัมภาษณ์ ก.พ.–มี.ค.
-
International Admission: มี.ค.–พ.ค.
⚠️ สัญชาติคือตัวกำหนดรอบสมัคร ไม่ใช่ประเภทโรงเรียน — นักศึกษาสัญชาติไทยที่เรียน International School ต้องสมัครรอบ Thai เท่านั้น
ค่าสมัคร — ตรวจสอบที่ csii.chula.ac.th สมัครผ่าน csiiadmission.com
ค่าเล่าเรียน BAScii จุฬา — สิ่งที่ต้องรู้
นักศึกษาไทยและต่างชาติ ค่าเทอมเท่ากัน 221,000 บาท/ภาค
-
ค่าธรรมเนียมมหาวิทยาลัย (ไทย): 25,500 บาท + ค่าโปรแกรม: 195,500 บาท
-
ค่าธรรมเนียมมหาวิทยาลัย (ต่างชาติ): 79,500 บาท + ค่าโปรแกรม: 141,500 บาท
-
รวมทั้งคู่ = 221,000 บาท/ภาค เท่ากัน
ค่าเทอมรวมตลอด 4 ปี (2 ภาคปกติ × 4 ปี): ประมาณ 1,768,000 บาท (ไม่รวม Summer และค่าครองชีพ)
BAScii แตกต่างจาก Chula International Programs อื่นๆ อย่างไร?
BAScii คือ Chula Intl Program ที่มีเอกลักษณ์ที่สุด ไม่เหมือนหลักสูตรไหนในจุฬาฯ:
ด้านหลักสูตร:
-
ไม่ใช่ Business (BBA), Law (LLBel), Engineering (ISE) หรือ Science ล้วนๆ — เป็น นวัตกรรมบูรณาการ ที่ผสมทุกศาสตร์
-
Customize การเรียนรู้ได้ตั้งแต่ปีสอง ผ่าน Specialization ที่เลือกเอง
-
โปรเจกต์จริงตั้งแต่ปีแรก — ไม่ใช่แค่เรียนในห้อง
ด้านการสมัคร:
-
รับ ACT — หาได้ยากมากในหลักสูตรจุฬาฯ
-
Math มีน้ำหนักสูงกว่า English (30% vs 20%) — คนเก่ง Math ได้เปรียบ
-
E-Portfolio และ Aptitude Test เป็นส่วนสำคัญในการคัดเลือก
-
ไม่ต้องส่งผล SAT จาก College Board โดยตรง
ด้านค่าเทอม:
-
ค่าเทอมเท่ากันทุกสัญชาติ — 221,000 บาท/ภาค (ต่างจากหลักสูตรอื่นที่ต่างชาติจ่ายสูงกว่า)
เรียนจบ BAScii จุฬา ทำงานอะไรได้บ้าง?
บัณฑิต BAScii มีทักษะที่ตลาดงานในยุค AI ต้องการสูงมาก:
-
Startup Founder / Tech Entrepreneur: ความรู้ทั้ง Business + Technology + Innovation สร้าง Startup ได้ทันที
-
Product Manager / Innovation Lead: บริษัท MNC และ Tech Company ต้องการคนที่ข้ามสายวิชาได้
-
Data Scientist / AI Specialist: ผ่าน Applied Digital Intelligence Specialization
-
UX Researcher / Design Thinker: ทักษะ Human-Centered Design ที่ฝึกตลอด 4 ปี
-
Smart City / Sustainability Consultant: ผ่าน Smart City Specialization และงาน SDGs จริง
-
Health Innovation Specialist: ผ่าน Health & Wellbeing Specialization
-
Social Enterprise Leader: ประสบการณ์ Social Innovation Lab และ Real-world Projects
-
เรียนต่อ: บัณฑิต BAScii สมัคร Master's ด้าน Innovation, Technology Management, Entrepreneurship ได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ
เตรียมตัวอย่างไรให้ติด BAScii จุฬา?
Math คือกุญแจ — น้ำหนัก 30% SAT Math ≥ 640 หรือ ACT Math ≥ 27 เป็นขั้นต่ำ แต่เพราะ Math มีน้ำหนักสูงสุดในการคัดเลือก ยิ่งสูงยิ่งได้เปรียบ ควรตั้งเป้า SAT Math 700+ หรือ ACT Math 30+ เพื่อโดดเด่น
English — เลือก SAT, IELTS หรือ ACT ทั้งสามตัวยื่นได้ SAT EBRW ≥ 500 ค่อนข้างต่ำ แต่ IELTS ≥ 6.5 เป็นมาตรฐานกลาง ถ้าเลือกสอบ ACT ใช้ได้ทั้ง English Math ในคราวเดียว ประหยัดการสอบ
ถ้าสอบ SAT ทั้งสองวิชา (Composite) SAT Composite ≥ 1,300 ใช้แทนการยื่น English + Math แยกได้เลย ง่ายกว่าและเปรียบเทียบกับผู้สมัครคนอื่นได้ชัดเจนกว่า
เตรียม E-Portfolio ให้แข็งแกร่ง E-Portfolio มีน้ำหนัก 15% ร่วมกับ Interview — ควรมี: โปรเจกต์ด้านนวัตกรรม, ประสบการณ์ทำงานหรือ
Internship, Competition ที่เข้าร่วม, Leadership ในกิจกรรม ยิ่งแสดงความ Passion ด้าน Technology และ Entrepreneurship ยิ่งดี
Aptitude Test — ไม่ต้องเตรียม ทาง CSII ย้ำว่า Aptitude Test ไม่ใช่การสอบความรู้ ไม่มีถูกผิด แค่ให้ "ไปด้วยใจที่ผ่อนคลาย"
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: BAScii จุฬา คืออะไร?
-
BAScii ย่อจาก Bachelor of Arts and Science in Integrated Innovation คือหลักสูตรปริญญาตรีนานาชาติของ CSII จุฬาฯ เน้นนวัตกรรมบูรณาการที่รวมเทคโนโลยี (AI), ธุรกิจ (Entrepreneurship) และสังคมไว้ด้วยกัน เปิดสอนตั้งแต่ปี 2019
Q: BAScii ต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง?
-
ต้องยื่น 2 กลุ่ม: English (TOEFL ≥ 80 / IELTS ≥ 6.5 / SAT EBRW ≥ 500 / ACT E+R ≥ 37 / CU-TEP ≥ 100) + Math (SAT Math ≥ 640 / ACT Math ≥ 27 / CU-AAT Math ≥ 620) หรือยื่น SAT Composite ≥ 1,300 แทนได้
Q: BAScii รับ ACT ไหม?
-
รับค่ะ — BAScii รับ ACT ทั้งส่วน English+Reading สำหรับ English Proficiency และ ACT Math สำหรับ Math Proficiency ซึ่งต่างจากหลักสูตรนานาชาติจุฬาฯ อื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ไม่รับ ACT
Q: IELTS OSR ใช้ได้ไหม?
-
ไม่ได้ค่ะ CSII ระบุชัดว่า "IELTS scores from retake sessions will NOT be considered" — ต้องใช้คะแนนจากการสอบเต็มรูปแบบเท่านั้น
Q: Aptitude Test คืออะไร ต้องเตรียมอะไร?
-
เป็นการทดสอบชุดคำถามที่ประเมิน "ความโน้มเอียงตามธรรมชาติ" ต่อนวัตกรรม ไม่ใช่การสอบความรู้วิชาการ ทาง CSII บอกว่าไม่ต้องเตรียม แค่ไปด้วยจิตใจที่ผ่อนคลาย
Q: ค่าเทอม BAScii เท่าไหร่?
-
221,000 บาท/ภาค สำหรับทั้งนักศึกษาไทยและต่างชาติ (ค่าเทอมเท่ากัน) รวม 4 ปี (2 ภาค × 4 ปี) ประมาณ 1,768,000 บาท ไม่รวม Summer และค่าครองชีพ
Q: ยื่นสมัคร BAScii ที่ไหน?
-
สมัครผ่านระบบออนไลน์ที่ csiiadmission.com เท่านั้น ไม่ต้องส่ง SAT Score โดยตรงจาก College Board — Upload PDF จากเว็บ College Board เองได้เลย