top of page

ACT vs SAT ควรสอบอะไรดี? เปรียบเทียบครบ 2026 | KPH Bangkok

น้องๆ หลายคนที่วางแผนสมัครมหาวิทยาลัยต่างประเทศ หรือหลักสูตรนานาชาติในไทย มักเจอคำถามเดียวกัน — "ควรสอบ SAT หรือ ACT ดีกว่ากัน?" คำตอบที่ตรงที่สุดคือ: ขึ้นอยู่กับจุดแข็งของน้องๆ แต่ละคน ไม่มีข้อสอบไหน "ดีกว่า" โดยรวม — มีแค่ข้อสอบที่ "เหมาะกับเรามากกว่า" บทความนี้จะเปรียบเทียบ ACT กับ SAT ในทุกมิติ ตั้งแต่โครงสร้าง วิชา ระบบคะแนน ไปจนถึงว่ามหาวิทยาลัยไหนรับคะแนนอะไรบ้าง อ่านจบแล้วน้องๆ จะตัดสินใจได้เองเลยว่าควรเดินเส้นทางไหน

ภาพรวม: ACT และ SAT คืออะไร?

  • SAT (Scholastic Assessment Test) 

    • เป็นข้อสอบมาตรฐานของ College Board ที่ใช้ประเมินความพร้อมสำหรับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย วัดทักษะการอ่าน การเขียน และคณิตศาสตร์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2024 SAT เปลี่ยนมาสอบในรูปแบบดิจิทัล (Digital SAT) ผ่านแอปพลิเคชัน Bluebook โดยใช้ระบบ Adaptive Testing หรือ อธิบายง่ายๆ คือ ความยากข้อสอบปรับไปตามพื้นฐานของแต่ละบุคคล ดังนั้นน้องแต่ละคนจะได้ข้อสอบไม่เหมือนกัน

  • ACT (American College Testing)

    • เป็นข้อสอบของ ACT Inc. ที่ครอบคลุมวิชาบังคับ 3 วิชา คือ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ การอ่าน

    • วิชาเลือก (optional) คือ วิทยาศาสตร์ (Science) และ Writing (เขียน essay) ก็คือสามารถเลือกที่จะสอบหรือไม่สอบก็ได้ ซึ่ง 2 วิชานี้ เป็นวิชาที่ SAT ไม่มี

    • ACT เป็นข้อสอบรูปแบบ Digital สอบกับคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกัน แต่รูปแบบข้อสอบไม่ใช่รูปแบบ Adaptive Testing หมายความว่า น้องๆ ทุกคนได้ข้อสอบหน้าตาเหมือนกันทุกคนนั่นเอง

ยังไม่แน่ใจว่าน้องๆ เหมาะกับ SAT หรือ ACT? ที่ KPH เรามีทีมครูที่เชี่ยวชาญทั้ง SAT และ ACT โดยเฉพาะ

วิเคราะห์จุดแข็งของน้องๆ แล้วแนะนำเส้นทางที่ใช่

โครงสร้างข้อสอบ เปรียบเทียบวิชาต่อวิชา

SAT — โครงสร้างข้อสอบ

  • Digital SAT แบ่งเป็น 2 Section หลัก คือ Reading and Writing และ Math โดยแต่ละ section ถูกแบ่งออกเป็นอีก 2 modules 

  • ใช้ระบบ Adaptive คือน้องๆ จะได้รับ Module 2 ที่ยากขึ้นหรือง่ายลงตามผลการทำ Module 1 ดังนั้นน้องๆ แต่ละคนจะได้ข้อสอบที่หน้าตาไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับ performance ของแต่ละบุคคล

ACT — โครงสร้างข้อสอบ

  • ACT แบ่งเป็น 3 วิชาบังคับ คือ English, Math, Reading และ 2 วิชา optional (optional คือ สามารถเลือกสอบ หรือเลือกไม่สอบก็ได้)

  • สอบต่อเนื่องกัน มีจำนวนข้อมากกว่า SAT แต่โจทย์ตรงกว่า ใช้เวลาต่อข้อน้อยกว่า

สอบ SAT Math หรือ ACT Math ดี?

พี่ๆ KPH มักจะได้รับคำถามนี้จากผู้ปกครองบ่อยมากๆ ว่า ระหว่าง SAT Math กับ ACT Math จะเลือกสอบตัวไหนดี? ความแตกต่างระหว่างข้อสอบ 2 ตัวนี้เป็นอย่างไร? KPH ขออธิบายให้ฟังง่ายๆ เห็นภาพชัดๆ แบบนี้ 

  • ACT Math ออกข้อสอบแบบ "กว้างแต่ไม่ลึก" — ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่ Pre-Algebra ไปจนถึง Trigonometry รวมเนื้อหาตั้งแต่ม.ต้น จนถึง ม.ปลาย รวมตั้งแต่คณิตศาสตร์หลัก และ คณิตศาสตร์เสริม ที่น้องๆ เรียนกันในโรงเรียน อย่างไรก็ตามแต่ละหัวข้อออกแบบ "แตะๆ" ไม่ขุดลึก โจทย์ส่วนใหญ่ตรงไปตรงมา รู้สูตร รู้วิธีคิด ก็ทำได้เลย เหมาะกับน้องๆ ที่คำนวณเร็ว ทำโจทย์ได้ไว และไม่ติดกับโจทย์ที่ต้องคิดหลายขั้นตอน 

  • SAT Math ออกข้อสอบแบบ "แคบแต่ลึก" — เนื้อหาครอบคลุมน้อยกว่า (ไม่มี Trig) รวมเนื้อหาประมาณช่วง ม.1 ถึง ม.4 ครบคลุมเฉพาะคณิตศาสตร์หลัก แต่โจทย์เน้น การวิเคราะห์และตีความ มากกว่า มักมาในรูปแบบ Word Problems ที่ต้องอ่านให้เข้าใจก่อนจึงจะเลือกวิธีแก้ได้ถูก เหมาะกับน้องๆ ที่เก่งคิดเชิง Concept ชอบวิเคราะห์โจทย์ และไม่รีบตอบทันที

  • ดังนั้นคำถามที่ว่า "สอบตัวไหนดี" ขึ้นอยู่กับสไตล์การคิดของน้องๆ เป็นหลัก — ถ้าน้องๆ ถนัดทำโจทย์เยอะๆ อย่างรวดเร็ว ACT Math น่าจะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าน้องๆ ชอบคิดละเอียด ไม่รีบ และถนัดโจทย์ที่ต้องตีความ SAT Math คือทางที่ใช่

  • ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบ SAT Math หรือ ACT Math น้องๆ สามารถใช้เครื่องคิดเลขได้ถึง 2 เครื่องด้วยกัน เครื่องแรกคือ Desmos ที่ข้อสอบทั้งสองตัวติดตั้งไว้ให้ในคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว และอีกเครื่องคือ เครื่องที่น้องๆ นำเข้าไปด้วยตัวเอง

สอบ SAT Reading and Writing หรือ ACT Reading and English ดี?

  • SAT Reading & Writing รวมทักษะการอ่านและภาษาไว้ใน Section เดียว โจทย์เน้น การตีความ บริบท และการเลือกใช้ภาษาที่เหมาะสม มากกว่าการท่องจำ Grammar ตรงๆ เหมาะกับน้องๆ ที่อ่านภาษาอังกฤษได้คล่อง และมีสัญชาตญาณด้านภาษาที่ดี

.

  • ACT แยก English กับ Reading ออกจากกันชัดเจน — English วัด Grammar และ Mechanics ตรงๆ (ถูก/ผิดชัดเจน) ส่วน Reading วัดความเข้าใจบทความ 4 ประเภท ต้องอ่านเร็วและจับ Main Idea ได้ไว เหมาะกับน้องๆ ที่เรียน Grammar มาเป็นระบบและอ่านเร็ว

ACT Science

  • นี่คือจุดที่ ACT และ SAT แตกต่างกันชัดเจนที่สุด — SAT ไม่มี Science Section เลย ในขณะที่ ACT มี Science (เป็นวิชา optional คือ สามารถเลือกสอบเพิ่มเติมได้) 

  • สิ่งที่ผู้ปกครองหลายท่านเข้าใจผิดคือ ACT Science ไม่ใช่การท่องจำวิทยาศาสตร์ — ไม่มีสูตรเคมี ไม่มีชีววิทยา ไม่มีฟิสิกส์ แต่วัดทักษะ การอ่านกราฟ ตีความข้อมูล และเปรียบเทียบผลการทดลอง ซึ่งเป็นทักษะที่นักเรียนสายวิทย์ไทยมักถนัดอยู่แล้ว

  • ACT Science จึงเหมาะเป็นพิเศษสำหรับน้องๆ ที่ ต้องการแสดงศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อยื่นสมัครหลักสูตรวิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์นานาชาติ เช่น ISE จุฬาฯ, CPHE จุฬาฯ, วิศวะนานาชาติ มหิดล หรือหลักสูตร STEM ในสหรัฐอเมริกา ที่อาจพิจารณา Science Subscore ประกอบการตัดสินใจ

ควรเริ่มเตรียมตัวเมื่อไหร่? และใช้เวลาเรียนนานแค่ไหน?

ยังไม่แน่ใจว่าน้องๆ เหมาะกับ SAT หรือ ACT? ที่ KPH เรามีทีมครูที่เชี่ยวชาญทั้ง SAT และ ACT โดยเฉพาะ

วิเคราะห์จุดแข็งของน้องๆ แล้วแนะนำเส้นทางที่ใช่

ระบบคิดคะแนน และตารางเทียบคะแนน ACT–SAT

  • การคิดคะแนน SAT

    • Reading & Writing คะแนนเต็ม 800 และ Math คะแนนเต็ม 800

    • คะแนนรวมสูงสุด 1600 คะแนน เกิดจากการเอาคะแนนทั้งสองพาร์ทมารวมกัน

    • ไม่มีคะแนนหักสำหรับตอบผิด (No penalty) ทุกข้อมีน้ำหนักเท่ากัน

  • การคิดคะแนน ACT

    • แต่ละวิชาคะแนนเต็ม 36 ทุกวิชา

    • คะแนนรวม เรียกว่า Composite Score — เกิดจากการเฉลี่ยคะแนนทั้ง 3 วิชา (English, Math, Reading) ออกมาเป็นคะแนนรวม 1–36 คะแนน

    • หากน้องๆ เลือกสอบวิชา Science ร่วมด้วย คะแนนวิชา Science จะไม่ถูกรวมเข้าไปใน composite score 

  • ข้อสำคัญ: ทั้ง SAT และ ACT ไม่หักคะแนนตอบผิด — น้องๆ ควรตอบทุกข้อเสมอ ไม่ควรเว้นว่าง

FAQ — คำถามที่น้องๆ ถามบ่อย

  • Q: ACT vs SAT ยากกว่ากันไหม?

    • A: ไม่มีอันไหนยากกว่าโดยสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับทักษะของแต่ละคน — SAT ยากตรงการตีความภาษาและโจทย์ Math ที่ซับซ้อน ส่วน ACT ยากตรงจำนวนข้อที่มากและ Section Science ที่ต้องอ่านข้อมูลเยอะ น้องๆ ที่อ่านเร็วและทำโจทย์ได้ไว มักถนัด ACT มากกว่า

  • Q: สมัครมหาวิทยาลัยไทยนานาชาติ ต้องสอบทั้ง SAT และ ACT ไหม?

    • ไม่จำเป็น — มหาวิทยาลัยนานาชาติในไทยส่วนใหญ่รับทั้ง SAT และ ACT น้องๆ เลือกส่งอันที่คะแนนสูงกว่าได้เลย ไม่ต้องสอบทั้งคู่

    • แต่มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง — วันสอบของ SAT และ ACT ไม่มีวันที่ทับซ้อนกันเลย น้องๆ จึงสามารถลงสอบทั้งสองตัวในปีเดียวกันได้โดยไม่ต้องเลือก ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสและความยืดหยุ่นให้ตัวเองมากขึ้น แต่ถ้าถามว่าจำเป็นไหม คำตอบคือ ไม่จำเป็น — น้องๆ ที่ต้องการ Focus เต็มที่กับข้อสอบตัวใดตัวหนึ่ง ก็เลือกสอบแค่ตัวเดียวได้เลย

    • นอกจากนี้บางคณะยังรับ Mixed Score ได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ISE จุฬาฯ น้องๆ สามารถส่ง คะแนน Math จาก SAT และ คะแนน Science จาก ACT ประกอบกันได้ ทำให้การสอบทั้งสองตัวอาจเป็นประโยชน์สำหรับน้องๆ ที่เล็งคณะวิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ

  • Q: สอบ SAT/ACT ได้กี่ครั้ง?

    • ไม่มีการจำกัดจำนวนครั้งสำหรับทั้ง SAT และ ACT น้องๆ สามารถ Retake ได้เรื่อยๆ และมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะดูคะแนนสูงสุด (Superscore) คือเอาคะแนนส่วนที่ดีที่สุดจากแต่ละครั้งมารวมกัน ทำให้การ Retake มักช่วยเพิ่มคะแนนได้จริง

KPH — House of Knowledge and Potential สอน SAT | IELTS | ACT | AP | College Essay

โดยครูที่มีประสบการณ์จริง

.

📞 โทรหาเราได้เลย: 064-954-7733 💬 Line OA: @Krupimhouse 📍🌐 www.krupimhouse.com

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย — บอกเราว่าน้องๆ อยู่ ม.เท่าไหร่ เป้าหมายคืออะไร แล้วเราจะแนะนำเส้นทางที่ดีที่สุดให้

  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter

✏️ KPH — House of Knowledge and Potential
📍 กรุงเทพมหานคร (Bangkok, Thailand)
📞 064-954-7733
📧 pjkphouse@gmail.com

Line ID : @Krupimhouse
🕐 จันทร์–อาทิตย์ 9:00–20:00 น.

สถาบัน KPH สอนออนไลน์ SAT IELTS ACT AP กรุงเทพ
bottom of page