IELTS คืออะไร? ครบทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนสมัครสอบ 2026
IELTS คืออะไร?
IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System คือการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก พัฒนาร่วมกันโดยสามองค์กรชั้นนำ ได้แก่ British Council, IDP Australia และ Cambridge Assessment English
ปัจจุบัน IELTS เป็นที่ยอมรับโดยสถาบันการศึกษากว่า 12,000 แห่งทั่วโลก รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น IELTS ยังเป็น หนึ่งในคะแนนภาษาอังกฤษที่นิยมใช้สมัครเข้าโปรแกรมนานาชาติของมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทย เช่น BBA จุฬาฯ (ขั้นต่ำ 6.5), BBA ธรรมศาสตร์ (ขั้นต่ำ 6.0) และ MUIC มหิดล (ขั้นต่ำ 6.0)
IELTS วัดทักษะภาษาอังกฤษทั้งหมด 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking โดยให้คะแนนเป็น Band Score ตั้งแต่ 1.0 ถึง 9.0 ใช้เวลาสอบรวมประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที
IELTS มีกี่ประเภท? เลือกสอบแบบไหน?
IELTS แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน:
-
IELTS Academic — สำหรับผู้ที่ต้องการสมัครเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกในมหาวิทยาลัย รวมถึงใช้สมัครโปรแกรมนานาชาติในมหาวิทยาลัยไทย เนื้อหาการสอบจะเน้นความเป็นวิชาการ บทอ่านจะซับซ้อนกว่า และ Writing Task 1 จะให้อธิบายกราฟ ตาราง หรือแผนภาพ
-
IELTS General Training — สำหรับผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่าทำงาน หรือย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย หรือสหราชอาณาจักร เนื้อหาเน้นภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและสถานที่ทำงาน
สำหรับนักเรียนไทยที่ต้องการเข้าคณะอินเตอร์: ต้องสอบ IELTS Academic เท่านั้น General Training ใช้สมัครมหาวิทยาลัยไม่ได้
รูปแบบข้อสอบ IELTS Academic ทั้ง 4 ทักษะ
-
Listening — ฟังและตอบคำถาม
-
ข้อสอบ Listening ประกอบด้วย 4 ส่วน รวม 40 ข้อ ใช้เวลา 40 นาที (รวมเวลาอ่านโจทย์ก่อนฟัง) เนื้อหาครอบคลุมทั้งบทสนทนาในชีวิตประจำวันและบรรยายเชิงวิชาการ โดยจะฟังเสียงเพียงครั้งเดียว ไม่สามารถย้อนฟังซ้ำได้ รูปแบบคำถามมีหลากหลาย เช่น Multiple choice, Fill in the blank, Matching, Map labelling
-
สิ่งสำคัญ: ข้อสอบ Listening ของ IELTS Academic และ General Training เหมือนกันทุกประการ
-
-
Reading — อ่านและวิเคราะห์บทความวิชาการ
-
ข้อสอบ Reading Academic มี 3 บทอ่าน ที่ยาวและซับซ้อน รวม 40 ข้อ ใช้เวลา 60 นาที เนื้อหามาจากนิตยสารวิทยาศาสตร์ วารสารวิชาการ และสื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำ เช่น National Geographic, The Economist เน้นทักษะการวิเคราะห์ การหาใจความสำคัญ และการอนุมาน
-
รูปแบบคำถามที่พบบ่อย: True/False/Not Given, Matching Headings, Sentence Completion, Multiple choice
-
-
Writing — เขียน 2 งาน ใน 60 นาที
-
แบ่งออกเป็น 2 Task โดยมีน้ำหนักคะแนนต่างกัน:
-
Task 1 (20 นาที, 150 คำขึ้นไป): อธิบายข้อมูลจากกราฟ ตาราง แผนภาพ หรือแผนที่ คิดเป็น 1/3 ของคะแนน Writing ทั้งหมด
-
Task 2 (40 นาที, 250 คำขึ้นไป): เขียน Essay แสดงความคิดเห็น โต้แย้ง หรืออภิปรายประเด็นที่กำหนด คิดเป็น 2/3 ของคะแนน Writing ทั้งหมด — ควรเริ่มทำ Task 2 ก่อนเสมอ เพราะมีน้ำหนักมากกว่า
-
-
-
Speaking — สัมภาษณ์กับ Examiner จริง
-
ข้อสอบ Speaking แบ่งเป็น 3 ส่วน ใช้เวลารวม 11–14 นาที สัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับ Examiner ที่ผ่านการรับรองจาก Cambridge โดยการสัมภาษณ์จะถูกบันทึกเสียงไว้ตลอด
-
Part 1 (4–5 นาที): คำถามเกี่ยวกับตัวเอง ครอบครัว งานอดิเรก และชีวิตประจำวัน
-
Part 2 (3–4 นาที): พูดเกี่ยวกับหัวข้อที่กำหนดให้ โดยมีเวลาเตรียม 1 นาที
-
Part 3 (4–5 นาที): อภิปรายและแสดงความคิดเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับหัวข้อใน Part 2
-
Speaking เป็นส่วนที่นักเรียนไทยหลายคนกังวลที่สุด แต่จริงๆ แล้วสามารถฝึกและพัฒนาได้มากในระยะเวลาสั้น ถ้าเตรียมตัวถูกวิธี
-
-
ระบบคะแนน IELTS Band Score คืออะไร?
IELTS ให้คะแนนเป็น Band Score ตั้งแต่ 1.0 (ต่ำสุด) ถึง 9.0 (สูงสุด) โดยให้คะแนนแต่ละทักษะแยกกัน แล้วนำมาเฉลี่ยเป็น Overall Band Score โดยปัดเป็นทีละ 0.5
ตัวอย่าง: ถ้าได้ L: 7.0, R: 6.5, W: 6.0, S: 6.5 → Overall = (7.0+6.5+6.0+6.5)/4 = 6.5
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้: มหาวิทยาลัยบางแห่งกำหนด คะแนนขั้นต่ำรายทักษะ (เช่น ทุกทักษะต้องไม่ต่ำกว่า 5.5) ดังนั้นต้องตรวจสอบ requirement ของโปรแกรมที่จะสมัครให้ละเอียด ไม่ใช่ดูแค่ Overall เท่านั้น
สอบ IELTS แบบคอมพิวเตอร์ — รู้ก่อนสอบ
ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2026 IDP และ British Council ได้ยุติการสอบ IELTS แบบกระดาษ (Paper-based) อย่างเป็นทางการทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ปัจจุบัน IELTS ทุกรูปแบบในไทยจึงเป็นแบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น ไม่มีตัวเลือกสอบด้วยกระดาษอีกต่อไป
สอบแบบคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างไร?
-
Listening / Reading / Writing — ทำบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ พิมพ์คำตอบ สามารถ highlight ข้อความ หรือ flag ข้อที่ยังไม่แน่ใจไว้กลับมาทำทีหลังได้
-
Speaking — ยังคงเป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกับ Examiner จริง (ไม่ใช่คอมพิวเตอร์) เหมือนเดิมทุกประการ
-
ผลคะแนน — ได้รับภายใน 2–3 วันทำการ เร็วกว่าระบบกระดาษ (ที่เคยใช้เวลา 13 วัน) มาก ทำให้วางแผนสมัครมหาวิทยาลัยได้สะดวกขึ้น
-
วันสอบ — มีวันสอบให้เลือกถี่กว่าเดิม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สามารถจองล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ IDP หรือ British Council
สำหรับนักเรียนที่เคยกังวลว่าพิมพ์ช้า — ข้อสอบ Writing ไม่ได้ให้คะแนนความเร็วการพิมพ์ ฝึกพิมพ์สักสัปดาห์ก่อนสอบก็เพียงพอ
ค่าสมัครสอบ IELTS และศูนย์สอบในไทย
-
ค่าสมัครสอบ IELTS ในประเทศไทย ปี 2026 อยู่ที่ 8,210 บาท สำหรับ IELTS Academic และ General Training (แบบคอมพิวเตอร์) ไม่มีส่วนลดหรือราคาต่างกันระหว่าง IDP และ British Council เพราะเป็นมาตรฐานเดียวกัน
-
ศูนย์สอบหลักในไทยมี 2 แห่ง ได้แก่ IDP IELTS Thailand และ British Council Thailand ทั้งสองมีคุณภาพการสอบเทียบเท่ากัน เลือกตามวันและสถานที่ที่สะดวกได้เลย โดยสามารถจองสอบออนไลน์ล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ทางการของแต่ละแห่ง
-
IELTS One Skill Retake — บริการใหม่ที่เปิดให้ทำการสอบซ้ำเฉพาะ 1 ทักษะที่ต้องการพัฒนา ราคา 4,940 บาท (ถูกกว่าสอบใหม่ทั้งหมด) แต่ BBA จุฬาฯ ไม่รับ One Skill Retake ดังนั้นถ้าเป้าหมายคือ BBA จุฬา ต้องสอบเต็มรูปแบบเท่านั้น
คะแนน IELTS ที่ต้องใช้สมัครมหาวิทยาลัยอินเตอร์ไทย
สิ่งที่ต้องระวัง: คะแนน IELTS มีอายุการใช้งาน 2 ปีนับจากวันสอบ หากคะแนนหมดอายุก่อนวันสมัคร ต้องสอบใหม่ ดังนั้นควรวางแผนเวลาสอบให้สัมพันธ์กับกำหนดการสมัครมหาวิทยาลัย
ต้องเตรียมตัวนานแค่ไหนถึงจะสอบผ่าน IELTS?
ระยะเวลาที่ใช้เตรียมสอบขึ้นอยู่กับคะแนนเริ่มต้นและเป้าหมาย แต่โดยเฉลี่ยแล้ว:
-
ระดับเริ่มต้น (Band 4.0–4.5) → เป้าหมาย 6.0:
-
ใช้เวลาประมาณ 4–6 เดือน ต้องปูพื้นฐานภาษาอังกฤษควบคู่กับเทคนิค IELTS
-
-
ระดับกลาง (Band 5.0–5.5) → เป้าหมาย 6.5:
-
ใช้เวลาประมาณ 2–4 เดือน มีพื้นฐานพอสมควร เน้นเทคนิคและฝึก Task types
-
-
ระดับดี (Band 6.0+) → เป้าหมาย 7.0+:
-
ใช้เวลาประมาณ 1–2 เดือน เน้น polish ทักษะที่อ่อนและฝึกจับเวลา
-
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเร็วในการพัฒนา คือ ความสม่ำเสมอในการฝึก มากกว่าจำนวนชั่วโมงที่เรียน เรียน 2 ชั่วโมงทุกวันสม่ำเสมอได้ผลดีกว่าเรียน 10 ชั่วโมงสัปดาห์เดียวแล้วหยุด
เคล็ดลับเตรียมสอบ IELTS ให้ได้คะแนนดี
-
Listening: ฝึกฟัง English podcasts, BBC World Service, หรือ TED Talks ทุกวัน พร้อมจดบันทึก keyword ฝึก predict คำตอบก่อนฟัง และระวังการสะกดคำ เพราะการสะกดผิดถือว่าตอบผิด
-
Reading: ฝึกอ่านบทความภาษาอังกฤษระดับ academic อย่างน้อย 2 บทความต่อวัน เน้นทักษะ Skimming (อ่านผ่านเร็วๆ เพื่อจับใจความ) และ Scanning (หาข้อมูลเฉพาะจุด) เพราะเวลาสอบจำกัดมาก
-
Writing: ฝึกเขียน Task 2 Essay อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 ชิ้น แล้วให้คนตรวจ ช่วยดู Structure ให้ Task 1 ฝึกอ่านกราฟประเภทต่างๆ จนชิน เช่น Bar chart, Line graph, Pie chart, Map
-
Speaking: อย่ากลัวการพูด ฝึกพูดเป็นภาษาอังกฤษทุกวัน แม้แต่คุยกับตัวเอง ฝึกตอบคำถาม Part 1 ให้คล่องก่อน แล้วค่อยฝึก Part 2 Long turn เน้น fluency มากกว่า accuracy
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: IELTS Academic กับ IELTS General Training ต่างกันอย่างไร?
-
Academic ใช้สมัครมหาวิทยาลัยและโปรแกรมวิชาการ General Training ใช้สำหรับวีซ่าทำงานและการย้ายถิ่นฐาน สำหรับนักเรียนที่ต้องการเข้ามหาวิทยาลัยอินเตอร์ไทย ต้องสอบ Academic เท่านั้น
-
-
Q: คะแนน IELTS มีอายุกี่ปี?
-
2 ปีนับจากวันที่สอบ หากคะแนนหมดอายุก่อนวันสมัครมหาวิทยาลัย ต้องสอบใหม่ทั้งหมด
-
-
Q: IELTS สอบกี่ครั้งก็ได้ไหม?
-
ได้ ไม่มีข้อจำกัดจำนวนครั้ง แต่ควรวางแผนให้ดี เพราะค่าสมัครแต่ละครั้ง 8,210 บาท ถ้าต้องการสอบซ้ำเฉพาะทักษะที่ต่ำ สามารถใช้ One Skill Retake ได้ในราคา 4,940 บาท (แต่บางมหาวิทยาลัยไม่รับ)
-
-
Q: ปัจจุบัน IELTS ยังมีแบบกระดาษไหม?
-
ไม่มีแล้ว ตั้งแต่ 22 มีนาคม 2026 IDP และ British Council ยุติการสอบแบบกระดาษทั่วโลก รวมถึงในไทย ปัจจุบัน IELTS ทุกรูปแบบเป็นแบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น เนื้อหา รูปแบบ และเกณฑ์การให้คะแนนยังเหมือนเดิมทุกประการ ผลคะแนนได้รับภายใน 2–3 วันทำการ
-
-
Q: ต้องได้ IELTS เท่าไหร่ถึงจะสมัคร BBA จุฬาฯ ได้?
-
IELTS Academic ขั้นต่ำ 6.5 (Overall) แต่ควรพยายามได้สูงกว่านั้น เพราะคะแนน IELTS จะถูกนำไปรวมในการพิจารณาร่วมกับคะแนน SAT และผลการสัมภาษณ์ ยิ่งสูงยิ่งมีโอกาสได้รับการตอบรับมากขึ้น
-
-
Q: IELTS One Skill Retake คืออะไร?
-
บริการใหม่ที่ให้สอบซ้ำเฉพาะ 1 ใน 4 ทักษะที่ต้องการพัฒนา แทนการสอบใหม่ทั้งหมด ราคา 4,940 บาท แต่ต้องตรวจสอบว่ามหาวิทยาลัยที่จะสมัครรับผลจาก One Skill Retake หรือไม่ เช่น BBA จุฬาฯ ไม่รับ One Skill Retake
-