เรียน IELTS/ติว IELTS Vocab : 7 Tips เรียน IELTS Vocab จำได้ ใช้ได้จริง!


สำหรับใครที่คิดจะเริ่มเรียน IELTS/ติว IELTS บอกได้เลยว่าจะเอาแค่เทคนิค วิธีลัด อย่างเดียวไม่พอแน่นอน น้องๆ ต้องเตรียมพื้นฐานให้แน่นก่อน วิธีการเตรียมพื้นฐานให้แน่นก็คือเตรียมคำศัพท์! Words! Words! และ Words! เพราะ ภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการฟัง พูด อ่าน หรือ เขียน มันคือการทำความเข้าใจคำศัพท์ทั้งนั้น ถ้าน้องไม่มีพื้นฐานคำศัพท์เลย ไม่ว่าเทคนิคจะแพรวพราวขนาดไหน ก็เรียน IELTS/ติว IELTS ไม่รู้เรื่องอยู่ดี วันนี้พี่ๆ KPH เลยจะมาแชร์ 7 Tips การเตรียมคำศัพท์ ก่อนจะลงมือเรียน IELTS/ ติว IELTS กัน


เรียน IELTS ติว IELTS
เรียน IELTS ติว IELTS


Tip 1 : เรียนคำศัพท์ จากบริบท/ Learn Words in Context

คำศัพท์ IELTS มีเยอะแยะ จะจำยังไงไหว? คำถามนี้พี่ๆ KPH โดนถามเข้ามาเป็นประจำ และพี่ก็จะตอบเสมอว่า วิธีการที่ดีที่สุด คือ เรียนจากการอ่าน! เพราะการอ่านจะทำให้น้องเรียนรู้คำศัพท์จาก context! น้องๆ จะรู้ว่าใน context แบบไหน ต้องใช้ศัพท์คำว่าอะไร มันจะดีกว่าการมานั่งท่องเป็นคำๆ เพราะน้องจะท่องได้ แต่จะใช้ไม่เป็น


เพราะฉะนั้น วิธีการเรียนคำศัพท์ IELTS ที่ดีที่สุด ก็คือ การอ่าน คำถามคือแล้วจะอ่านจากที่ไหนละ? หนังสือมีให้อ่านเยอะแยะ คำตอบคือ อ่านจากที่ไหนก็ได้ จากหนังสือพิมพ์ ข่าว นิตยสาร นิยายทั่วไป ได้หมดเลย เพราะจริงๆ แล้ว IELTS Vocab ก็คือ English Vocab นั่นแหละ เป็นคำศัพท์ที่เจอได้ทั่วไปตามชีวิตประจำวัน ไม่ได้เป็นคำศัพท์ที่แปลก พิสดารอะไรเลย


ลองไปหาข่าวภาษาอังกฤษมาอ่าน แรกๆมันอาจจะยากหน่อย อาจจะต้องหาคำศัพท์กันเยอะนิดนึง แต่พอน้องๆ เริ่มชิน การหาคำศัพท์จะลดลง และจะทำให้น้องอ่านรู้เรื่อง โดยไม่ต้องมานั่งเปิดศัพท์ทุกตัวอีกเลย



Strategy 2 : Have a good dictionary/ หา Dictionary ดีๆ มาไว้ข้างๆตัว


Dictionary คือแหล่งการเรียน IELTS/ติว IELTS vocab ที่ดีที่สุด ในสายตาพี่เลย แต่เชื่อมั้ย ว่าน้องๆ หลายคนใช้มันไม่คุ้ม เวลาที่น้องจะหาคำแปล ให้กับคำศัพท์ซักตัว อย่าสักแต่เอาคำแปลอย่างเดียว เพราะ Dictionary มันบอกน้องมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็น Part of speech, synonym (คำที่มีความเหมือนกัน) , antonym (คำที่มีความหมายตรงข้ามกัน) และที่สำคัญที่สุด คือ ตัวอย่างการใช้งาน!! จุดนี้สำคัญที่สุดเลย!!


หลายๆ ครั้งที่พี่ๆ search หาคำศัพท์ ที่ไม่รู้จะแปลเป็นไทยว่าอะไร แปลเป็นไทยแล้วมันแปลกๆ แต่พออ่านตัวอย่างประโยคที่เค้าให้มา ก็เข้าใจเลย ว่าคำศัพท์คำนั้นต้องใช้ยังไง และจะใช้ในสถานการณ์แบบไหน


ซึ่งพี่ก็เข้าใจแหละ ว่าสมัยนี้คงไม่มานั่งถือ Dictionary เล่มหนาๆ กันแล้ว แค่มีโทรศัพท์เครื่องเดียว ก็เข้าถึงศัพท์ได้เป็นพันๆคำ Website Dictionary ที่พี่แนะนำเลยก็คือของ Cambridge หรือ Merriam-Webster เพราะให้ตัวอย่างประโยคเยอะเลย ส่วน Google translate จะเอาไว้ใช้ตอนรีบๆ พิมพ์ปุ๊บ รู้ความหมายปั๊บอะไรแบบนี้



Strategy 3 : จดศัพท์ด้วย อย่าหาศัพท์อย่างเดียว


พอหาคำศัพท์เสร็จแล้ว ก็อย่าลืมจดศัพท์ด้วย และอ่านทวนบ่อยๆ ขอสมุดซัก 1 เล่ม หรือจะเปิดไฟล์ good note บน iPad มา 1 ไฟล์ และเริ่มจดศัพท์ที่เรียนรู้มาลงไป organize ให้เป็นระเบียบ อย่าจดแต่คำแปล จด part of speech, synonym, meaning, และสิ่งสำคัญที่สุด คือ ตัวอย่างประโยค!


แนะนำว่า อย่า copy ตัวอย่างประโยคบน Dictionary มา แต่ให้ลองแต่ประโยคเอง! เพื่อเป็นการฝึก Writing ไปในตัว! อันนี้เป็นวิธีส่วนตัวที่พี่เองก็ใช้วิธีนี้มานานมากๆ! แล้วมัน Work มากบอกเลย! อยากแต่งกี่ประโยคก็ว่าไป 10 ประโยคก็ไม่มีใครว่า แต่งประโยคง่ายๆก่อนก็ได้ แล้วค่อยๆฝึกให้ประโยคมันยาวขึ้น ซับซ้อนขึ้น แล้ว Writing ของน้องๆ จะดีขึ้นอีกเยอะ!

หรือถ้าใคร ไม่อยากพกสมุด และก้ไม่มี iPad งั้นลองวิธีนี้ ใช้มือถือ เปิด Account Twitter ขึ้นมา แล้วเวลาเจอคำศัพท์อะไรที่น่าสนใจ ก็ Tweet มันลงไปพร้อมตัวอย่างประโยค แล้วติด Hashtag ที่ตัวเองต้องการ เวลาจะใช้ก็แค่ search หา Hashtag นั้นได้เลย เช่น #IELTSVocab หรือ #IELTSWords อะไรแบบนี้ ตัวพี่เองใช้วิธีนี้อยู่ Work เหมือนกัน สนุกด้วย 555


Strategy 4 : แบ่งศัพท์เป็นหมวดๆ


มันจะดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าน้องๆ organize สมุดจดศัพท์ ให้เป็นหมวดๆ ได้ เช่นบางคนอาจจะแบ่งเป็นหมวด Education, Science, Art and Culture, Environment, และอื่นๆ อีกมากมาย ทำแบบนี้ จะยิ่งง่ายต่อการทบทวน เวลาฝึกใช้ จะได้เอาศัพท์ที่อยู่หมวดเดียวกัน มาฝึกแต่งประโยคพร้อมๆ กัน


ยกตัวอย่างเช่น คำศัพท์ curriculum, syllabus, knowledge, distance learning, self-study etc. มาจดไว้ในหมวด Education เหมือนๆกัน เวลาจะฝึกเขียน Essay ในหัวข้อ Education ก็แค่เปิดมาที่หมวดนี้ หยิบคำศัพท์เอาไปใช้งานได้เลย


หรือบางคน อาจจะแบ่งเป็นกลุ่มคำศัพท์ตาม Synonyms จดศัพท์ที่ความหมายคล้ายๆ กัน มาไว้ในกลุ่มเดียวกัน แบบนี้ก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก เช่น คำศัพท์ decline, reduce, deduct, depreciate แปลว่าลดลงเหมือนกัน ก็จดไว้ที่เดียวกัน เวลาจะใช้ก็แค่ เปิดมาที่กลุ่มนี้ และเลือกคำที่ต้องการไปใช้ได้เลย



Strategy 5 : ฝึกอ่านออกเสียงด้วย/ Pronunciation


จดคำศัพท์ไปก็เท่านั้น ถ้าเราอ่านไม่ออก หรือ ออกเสียงไม่ถูก จะส่งผลให้คะแนน IELTS พาร์ท Speaking น้อยลง อย่างเช่น คำง่ายๆ อย่างคำว่า photography ต้องออกเสียงอย่างไร


phoTOGraphy หรือ photoGRAphy


แบบแรก หรือ แบบหลัง? อย่าทำเป็นเล่น เหมือนจะง่าย แต่ไม่ง่ายนะ คำตอบคือ แบบแรก เราเรียกว่าการเน้นเสียง (Word Stress) หลายคนอาจจะพลาดคะแนน Speaking ไป เพราะไม่เคยฝึกจุดนี้เลยก็ได้


Intrigue / Vague / Fatigue

ไหนลองใหม่ อ่านคำศัพท์ 3 คำนี้ซิ มันอ่านว่าอะไร? มันไม่ได้อ่านว่า อินทิกิ้ว / เวคกิ้ว / ฟาติกิ้ว นะ ใครอ่านแบบนี้คือพังมาก มันอ่านว่า อินทรีค/ เวค/ ฟาทีค ต่างหาก


พอจะเข้าใจแล้วใช่มั้ย ว่าทำไมจดศัพท์แล้วต้องฝึกอ่านให้เป็น แนะนำว่าใน Dictionary ส่วนใหญ่ก็จะมีตัวอย่างการอ่านออกเสียงมาให้อยู่แล้ว ลองกดฟังซักครั้ง สองครั้งและพูดตาม จะได้รู้ว่าต้องออกเสียงยังไง คะแนน Speaking ต้องเพิ่มแน่นอน


Strategy 6 : การ์ดคำศัพท์!! / Vocab Card


คือมันจะมีปัญหานึงที่ หลายๆคนเป็น คือ พอถึงเวลาจะใช้คำศัพท์ แล้วดันนึกไม่ออก ทั้งๆที่จดศัพท์ก็แล้ว organize สมุดจดศัพท์ดิบดีก็แล้ว ตัวอย่างประโยคก็ลองเขียนแล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ดันลืมเฉย ก็เลยจะแนะนำวิธีนี้ ให้ทำ Vocab Card ขึ้นมา เขียนคำศัพท์ใส่กระดาษ คำละแผ่น ใส่ไว้ในกล่อง ใส่กี่คำก็ได้แล้วแต่ แล้วสุ่มจับฉลากขึ้นมา หยิบเจอคำไหน ให้บอกความหมายทันที และลองพูดประโยคที่ใช้คำนั้นทันที! คำละไม่เกิน 10 วินาที รับรอง Work! ยิ่งเล่นกับเพื่อนยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่


Strategy 7 : Keep reading!


บอกไปแล้วใน Strategy ที่ 1 ว่าการฝึกอ่าน คือการเรียนรู้คำศัพท์ IELTS ได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น Strategy สุดท้ายนี้ ก็ไม่มีจะแนะนำ มากไปกว่าการบอกให้อ่านให้เยอะที่สุด เท่าที่จะทำได้ อ่านในสิ่งที่อยากอ่าน มันดีกว่าการอ่านในสิ่งที่ถูกสั่งให้อ่าน และพยายามเรียนรู้คำศัพท์รอบตัว จำไว้ว่า IELTS vocab ก็คือ English Vocab นั่นแหละ ถ้าเราเข้าใจคำศัพท์รอบตัวมากแค่ไหน คะแนน IELTS ก็ต้องเป็นไปตามนั้นแน่นอน!!




หากน้องๆ ทำตาม 7 Tips ทั้งหมดนี้ เชื่อว่าพื้นฐานคำศัพท์น้องๆ จะแน่นขึ้นอีกเยอะ การเรียน IELTS/ติว IELTS ไม่ว่าจะเป็น ฟัง พูด อ่าน หรือ เขียน จะต้องง่ายขึ้นอีกเป็นกอง คะแนน IELTS ต้องดีขึ้นมากๆเลย อย่างไรก็ตามหากน้องๆ ไม่อยากเสียเวลา เรียน IELTS/ติว IELTS ด้วยตัวเอง อยากได้ short cut เทคนิค วิธีลัด ที่จะทำให้น้องไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น ก็อย่าลืม ติดต่อมาหาพี่ๆ KPH ได้เลย พี่พร้อมพาจะพาน้องไปให้ได้ IELTS band 8+


สนใจคอร์สเรียน IELTS/ติว IELTS โทรมาเลย

Call : 064-954-7733

Line ID : @Krupimhouse

Featured Posts