top of page

แจกฟรี! จะเจออะไรใน IELTS Reading บ้าง? 12 ประเภทโจทย์ + เทคนิค + โจทย์ฝึกจริง [อัปเดต 2026] | KPH

  • 2 days ago
  • 2 min read

ก่อนที่น้องๆ จะเริ่มลงมือเรียน IELTS/ติว IELTS อย่าพึ่งรีบไป focus ที่การหาเทคนิคการอ่าน หรือเทคนิคทำข้อสอบ แต่อยากให้น้องๆ focus ก่อนว่า หน้าตาข้อสอบมันเป็นยังไง ต้องเข้าไปเจอกับอะไรในข้อสอบบ้าง? ซึ่งวันนี้พี่ๆ KPH ก็ได้รวบรวมสิ่งที่น้องจะต้องเจอในข้อสอบ IELTS Reading มาให้แบบละเอียดยิบๆ ทุกซอกทุกมุมเลยทีเดียว ถ้าใครพร้อมแล้วไปดูกัน


แจกฟรี! จะเจออะไรใน IELTS Reading บ้าง เทคนิคทำข้อสอบ 12 ประเภท พร้อมโจทย์ฝึก โดย KPH

สรุปเร็ว: 5 เทคนิคที่ช่วยให้ทำ Reading ได้เร็วและแม่นขึ้น

  1. อ่านคำสั่งโจทย์ก่อนอ่าน Passage เสมอ — แต่ละประเภทคำถามมีวิธีตอบต่างกัน (เช่น "NO MORE THAN TWO WORDS") ถ้าไม่อ่านคำสั่งให้ดี ตอบถูกแต่ก็ไม่ได้คะแนนเพราะผิดรูปแบบ

  2. Skim ก่อน แล้วค่อย Scan — อ่านผ่านๆ รอบแรกเพื่อจับ main idea ของแต่ละ paragraph ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมา scan หาคำตอบเฉพาะจุดตอนตอบคำถามจริง จะเร็วกว่าอ่านละเอียดตั้งแต่รอบแรกมาก

  3. บริหารเวลาแบบ 20 นาทีต่อ 1 Passage อย่างเคร่งครัด — อย่าติดอยู่กับข้อที่ตอบไม่ได้นานเกินไป ข้ามไปก่อนแล้วค่อยกลับมา เพราะทุกข้อคะแนนเท่ากันหมด

  4. ระวังกับดัก Paraphrase — ข้อสอบแทบไม่เคยใช้คำเดียวกับใน passage ตรงๆ ต้องฝึกจับความหมายที่แฝงอยู่ในคำที่ถูกเปลี่ยนใหม่

  5. ไม่ปล่อยข้อว่างเด็ดขาด — ข้อสอบ Reading ไม่หักคะแนนตอบผิด ถ้าไม่แน่ใจให้เดาดีกว่าเว้นว่างไว้


รูปแบบของข้อสอบ IELTS Reading

ขั้นแรกเรามารู้จักรูปแบบของข้อสอบ IELTS Reading กันก่อน ข้อสอบ IELTS Reading จะเป็น Section ที่ 2 ต่อมาจากพาร์ท Listening ซึ่งพาร์ท Reading นั้นจะใช้เวลาทั้งหมด 60 นาที ในการอ่าน 3 passages เรียงจากง่ายสุดไปยากสุด และตอบคำถามทั้งหมด 40 ข้อ ตก passage ละประมาณ 13-14 ข้อ รูปแบบคำถามจะมีหลากหลายสไตล์ ทั้งแบบเติมคำและแบบ multiple choices


แต่ละ Passage จะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 2 หน้ากระดาษ หรือประมาณ 9-10 paragraph แต่ละ paragraph ยาว 3-5 บรรทัด ซึ่งถือว่าค่อนข้างยาวเลยทีเดียว น้องๆ มีเวลาอ่านและตอบคำถามไม่เกิน 20 นาทีต่อ 1 passage


Passage ที่นำมาออกข้อสอบ IELTS Reading นั้น จะมีหัวข้อที่หลากหลาย แต่จะเป็นหัวข้อที่สามารถเจอได้รอบๆ ตัว หาอ่านได้ตามหนังสือพิมพ์ นิตยสาร บทความตีพิมพ์ต่างๆ เพราะฉะนั้นหนึ่งในวิธีการเรียน IELTS/ติว IELTS Reading ที่ดีที่สุด ก็คือการฝึกอ่านสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวให้ได้มากที่สุด


3 ประเภทใหญ่ 12 ประเภทย่อย ของโจทย์ IELTS Rea-ding

ข้อสอบ IELTS Reading จะมีสไตล์คำถามที่ค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ เพราะการทำข้อสอบ IELTS จะไม่น่าเบื่อเลย มี diagram ให้ดู มีช่องว่างให้เติม มีตัวอักษรให้เลือก หรือจะมองเป็นเรื่องที่ไม่ดีก็ได้ เพราะสไตล์คำถามที่หลากหลายอาจจะยากสำหรับใครหลายๆ คนที่ต้องทำความคุ้นเคยกับทุกสไตล์ แทนที่จะฝึกสไตล์เดียวให้ชำนาญไปเลย ซึ่งในบทความนี้ พี่ๆ KPH ก็ได้รวบรวมสไตล์คำถามในข้อสอบ IELTS Reading มาให้ และแบ่งออกเป็นประเภทๆ ทั้งหมด 3 ประเภทใหญ่ๆ 12 ประเภทย่อยๆ ด้วยกัน กดดูทีละประเภทได้เลยด้านล่างนี้




คำศัพท์และสัญญาณที่ต้องรู้ก่อนสอบ Reading

รู้จักประเภทโจทย์แล้ว อีกสิ่งที่ช่วยให้อ่านไวและแม่นขึ้นคือการจับ "สัญญาณ" ในประโยค ทั้งคำเชื่อมที่บอกทิศทางของเนื้อหา คำที่ข้อสอบชอบเปลี่ยนไปมา (paraphrase) และคำที่มักเป็นกับดักในโจทย์ True/False/Not Given




ลำดับการทำข้อสอบแนะนำ

ไม่จำเป็นต้องทำข้อ 1 ถึง 40 เรียงตามลำดับเสมอไป ลำดับการทำที่แนะนำเพื่อบริหารเวลา 60 นาทีให้คุ้มที่สุดคือ

  1. Skim ทั้ง passage ก่อน (1-2 นาที) อ่านหัวข้อ ประโยคแรกของแต่ละ paragraph เพื่อจับภาพรวมคร่าวๆ ก่อนเริ่มตอบข้อไหนทั้งสิ้น

  2. เริ่มจากโจทย์ที่ตอบตรงไปตรงมาก่อน เช่น True/False/Not Given หรือ Short Answer เพราะคำตอบมักเรียงตามลำดับใน passage ทำให้ scan หาได้ง่ายและเร็ว

  3. ตามด้วย Matching Features/Descriptions เพราะต้องอ่านทำความเข้าใจรายละเอียดมากกว่า แต่ยังพอจับจุดได้จากคำเฉพาะ (ชื่อคน ปี ตัวเลข)

  4. เก็บ Matching Headings ไว้หลังสุดของกลุ่ม Matching เพราะต้องสรุป main idea ทั้ง paragraph ซึ่งใช้เวลานานที่สุดในบรรดาโจทย์จับคู่

  5. ทำ Completion (เติมคำ) ในช่วงท้าย เพราะต้องเทียบไวยากรณ์ละเอียด (ชนิดคำ, เอกพจน์-พหูพจน์) ควรทำตอนสมาธิยังดีอยู่ ไม่รีบร้อน

  6. เผื่อเวลา 2-3 นาทีสุดท้ายไว้ทวนคำตอบ โดยเฉพาะตรวจตัวสะกดและจำนวนคำที่เติม


ลองของจริง! โจทย์ฝึกฟรี 1 ชุดเต็ม

อ่านเทคนิคและฝึกทีละประเภทมาครบแล้ว ลองเอาทุกอย่างมารวมกันดูสักตั้ง โจทย์ชุดนี้จำลองสไตล์ข้อสอบจริง คือ 1 passage เดียวมีคำถามหลายประเภทปนกัน ไม่ได้แยกเป็นประเภทเดียวเหมือนโจทย์ฝึกด้านบน



เช็กลิสต์ก่อนสอบ Reading จริง

  •  อ่านคำสั่งของทุกข้อให้ครบก่อนตอบ (โดยเฉพาะจำนวนคำที่อนุญาต เช่น NO MORE THAN TWO WORDS)

  •  แบ่งเวลา 20 นาทีต่อ passage อย่างเคร่งครัด ไม่ติดข้อใดข้อหนึ่งนานเกินไป

  •  Skim หา main idea ก่อน แล้วค่อย scan หาคำตอบเฉพาะจุด

  •  เช็กตัวสะกด ตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ และ s/es ก่อนเขียนคำตอบลงกระดาษ

  •  ไม่เว้นข้อว่างไว้แม้จะไม่มั่นใจ (ไม่มีการหักคะแนนตอบผิด)

  •  ฝึกอ่านบทความรอบตัว (หนังสือพิมพ์ นิตยสาร บทความวิชาการเบื้องต้น) เป็นประจำ



Comments


Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square
  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter

✏️ KPH — House of Knowledge and Potential
📍 กรุงเทพมหานคร (Bangkok, Thailand)
📞 064-954-7733
📧 pjkphouse@gmail.com

Line ID : @Krupimhouse
🕐 จันทร์–อาทิตย์ 9:00–20:00 น.

สถาบัน KPH สอนออนไลน์ SAT IELTS ACT AP กรุงเทพ
bottom of page