แจกฟรี! จะเจออะไรใน IELTS Reading บ้าง? 12 ประเภทโจทย์ + เทคนิค + โจทย์ฝึกจริง [อัปเดต 2026] | KPH
- 2 days ago
- 2 min read
ก่อนที่น้องๆ จะเริ่มลงมือเรียน IELTS/ติว IELTS อย่าพึ่งรีบไป focus ที่การหาเทคนิคการอ่าน หรือเทคนิคทำข้อสอบ แต่อยากให้น้องๆ focus ก่อนว่า หน้าตาข้อสอบมันเป็นยังไง ต้องเข้าไปเจอกับอะไรในข้อสอบบ้าง? ซึ่งวันนี้พี่ๆ KPH ก็ได้รวบรวมสิ่งที่น้องจะต้องเจอในข้อสอบ IELTS Reading มาให้แบบละเอียดยิบๆ ทุกซอกทุกมุมเลยทีเดียว ถ้าใครพร้อมแล้วไปดูกัน

สรุปเร็ว: 5 เทคนิคที่ช่วยให้ทำ Reading ได้เร็วและแม่นขึ้น
อ่านคำสั่งโจทย์ก่อนอ่าน Passage เสมอ — แต่ละประเภทคำถามมีวิธีตอบต่างกัน (เช่น "NO MORE THAN TWO WORDS") ถ้าไม่อ่านคำสั่งให้ดี ตอบถูกแต่ก็ไม่ได้คะแนนเพราะผิดรูปแบบ
Skim ก่อน แล้วค่อย Scan — อ่านผ่านๆ รอบแรกเพื่อจับ main idea ของแต่ละ paragraph ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมา scan หาคำตอบเฉพาะจุดตอนตอบคำถามจริง จะเร็วกว่าอ่านละเอียดตั้งแต่รอบแรกมาก
บริหารเวลาแบบ 20 นาทีต่อ 1 Passage อย่างเคร่งครัด — อย่าติดอยู่กับข้อที่ตอบไม่ได้นานเกินไป ข้ามไปก่อนแล้วค่อยกลับมา เพราะทุกข้อคะแนนเท่ากันหมด
ระวังกับดัก Paraphrase — ข้อสอบแทบไม่เคยใช้คำเดียวกับใน passage ตรงๆ ต้องฝึกจับความหมายที่แฝงอยู่ในคำที่ถูกเปลี่ยนใหม่
ไม่ปล่อยข้อว่างเด็ดขาด — ข้อสอบ Reading ไม่หักคะแนนตอบผิด ถ้าไม่แน่ใจให้เดาดีกว่าเว้นว่างไว้
รูปแบบของข้อสอบ IELTS Reading
ขั้นแรกเรามารู้จักรูปแบบของข้อสอบ IELTS Reading กันก่อน ข้อสอบ IELTS Reading จะเป็น Section ที่ 2 ต่อมาจากพาร์ท Listening ซึ่งพาร์ท Reading นั้นจะใช้เวลาทั้งหมด 60 นาที ในการอ่าน 3 passages เรียงจากง่ายสุดไปยากสุด และตอบคำถามทั้งหมด 40 ข้อ ตก passage ละประมาณ 13-14 ข้อ รูปแบบคำถามจะมีหลากหลายสไตล์ ทั้งแบบเติมคำและแบบ multiple choices
แต่ละ Passage จะมีความยาวอยู่ที่ประมาณ 2 หน้ากระดาษ หรือประมาณ 9-10 paragraph แต่ละ paragraph ยาว 3-5 บรรทัด ซึ่งถือว่าค่อนข้างยาวเลยทีเดียว น้องๆ มีเวลาอ่านและตอบคำถามไม่เกิน 20 นาทีต่อ 1 passage
Passage ที่นำมาออกข้อสอบ IELTS Reading นั้น จะมีหัวข้อที่หลากหลาย แต่จะเป็นหัวข้อที่สามารถเจอได้รอบๆ ตัว หาอ่านได้ตามหนังสือพิมพ์ นิตยสาร บทความตีพิมพ์ต่างๆ เพราะฉะนั้นหนึ่งในวิธีการเรียน IELTS/ติว IELTS Reading ที่ดีที่สุด ก็คือการฝึกอ่านสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวให้ได้มากที่สุด
3 ประเภทใหญ่ 12 ประเภทย่อย ของโจทย์ IELTS Rea-ding
ข้อสอบ IELTS Reading จะมีสไตล์คำถามที่ค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งจะมองว่าเป็นเรื่องที่ดีก็ได้ เพราะการทำข้อสอบ IELTS จะไม่น่าเบื่อเลย มี diagram ให้ดู มีช่องว่างให้เติม มีตัวอักษรให้เลือก หรือจะมองเป็นเรื่องที่ไม่ดีก็ได้ เพราะสไตล์คำถามที่หลากหลายอาจจะยากสำหรับใครหลายๆ คนที่ต้องทำความคุ้นเคยกับทุกสไตล์ แทนที่จะฝึกสไตล์เดียวให้ชำนาญไปเลย ซึ่งในบทความนี้ พี่ๆ KPH ก็ได้รวบรวมสไตล์คำถามในข้อสอบ IELTS Reading มาให้ และแบ่งออกเป็นประเภทๆ ทั้งหมด 3 ประเภทใหญ่ๆ 12 ประเภทย่อยๆ ด้วยกัน กดดูทีละประเภทได้เลยด้านล่างนี้
คำศัพท์และสัญญาณที่ต้องรู้ก่อนสอบ Reading
รู้จักประเภทโจทย์แล้ว อีกสิ่งที่ช่วยให้อ่านไวและแม่นขึ้นคือการจับ "สัญญาณ" ในประโยค ทั้งคำเชื่อมที่บอกทิศทางของเนื้อหา คำที่ข้อสอบชอบเปลี่ยนไปมา (paraphrase) และคำที่มักเป็นกับดักในโจทย์ True/False/Not Given
ลำดับการทำข้อสอบแนะนำ
ไม่จำเป็นต้องทำข้อ 1 ถึง 40 เรียงตามลำดับเสมอไป ลำดับการทำที่แนะนำเพื่อบริหารเวลา 60 นาทีให้คุ้มที่สุดคือ
Skim ทั้ง passage ก่อน (1-2 นาที) อ่านหัวข้อ ประโยคแรกของแต่ละ paragraph เพื่อจับภาพรวมคร่าวๆ ก่อนเริ่มตอบข้อไหนทั้งสิ้น
เริ่มจากโจทย์ที่ตอบตรงไปตรงมาก่อน เช่น True/False/Not Given หรือ Short Answer เพราะคำตอบมักเรียงตามลำดับใน passage ทำให้ scan หาได้ง่ายและเร็ว
ตามด้วย Matching Features/Descriptions เพราะต้องอ่านทำความเข้าใจรายละเอียดมากกว่า แต่ยังพอจับจุดได้จากคำเฉพาะ (ชื่อคน ปี ตัวเลข)
เก็บ Matching Headings ไว้หลังสุดของกลุ่ม Matching เพราะต้องสรุป main idea ทั้ง paragraph ซึ่งใช้เวลานานที่สุดในบรรดาโจทย์จับคู่
ทำ Completion (เติมคำ) ในช่วงท้าย เพราะต้องเทียบไวยากรณ์ละเอียด (ชนิดคำ, เอกพจน์-พหูพจน์) ควรทำตอนสมาธิยังดีอยู่ ไม่รีบร้อน
เผื่อเวลา 2-3 นาทีสุดท้ายไว้ทวนคำตอบ โดยเฉพาะตรวจตัวสะกดและจำนวนคำที่เติม
ลองของจริง! โจทย์ฝึกฟรี 1 ชุดเต็ม
อ่านเทคนิคและฝึกทีละประเภทมาครบแล้ว ลองเอาทุกอย่างมารวมกันดูสักตั้ง โจทย์ชุดนี้จำลองสไตล์ข้อสอบจริง คือ 1 passage เดียวมีคำถามหลายประเภทปนกัน ไม่ได้แยกเป็นประเภทเดียวเหมือนโจทย์ฝึกด้านบน
เช็กลิสต์ก่อนสอบ Reading จริง
อ่านคำสั่งของทุกข้อให้ครบก่อนตอบ (โดยเฉพาะจำนวนคำที่อนุญาต เช่น NO MORE THAN TWO WORDS)
แบ่งเวลา 20 นาทีต่อ passage อย่างเคร่งครัด ไม่ติดข้อใดข้อหนึ่งนานเกินไป
Skim หา main idea ก่อน แล้วค่อย scan หาคำตอบเฉพาะจุด
เช็กตัวสะกด ตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ และ s/es ก่อนเขียนคำตอบลงกระดาษ
ไม่เว้นข้อว่างไว้แม้จะไม่มั่นใจ (ไม่มีการหักคะแนนตอบผิด)
ฝึกอ่านบทความรอบตัว (หนังสือพิมพ์ นิตยสาร บทความวิชาการเบื้องต้น) เป็นประจำ


















Comments