top of page

แจกฟรี! เทคนิคเขียน IELTS Writing Task 1 ให้ได้ Band 9.0 | โจทย์ฝึกฟรี 3 ข้อ [2026]

  • Jul 14
  • 2 min read

หลายคนที่เตรียมสอบ IELTS มักทุ่มเวลาไปกับ Writing Task 2 เพราะรู้สึกว่าเป็นส่วนที่ "หนัก" กว่า แต่ความจริงแล้ว Writing Task 1 ต่างหากที่เป็นส่วนที่ทำคะแนนเต็มได้ง่ายที่สุด ถ้าน้องๆ เข้าใจระบบและฝึกให้ถูกทาง เพราะ Task 1 มีรูปแบบที่ค่อนข้างตายตัว ไม่ต้องคิดวิเคราะห์ลึกเหมือน Task 2 สิ่งที่ต้องทำคือ "อ่านข้อมูลให้ถูก" และ "เรียบเรียงให้เป็นระบบ" เท่านั้นเอง (บทความนี้โฟกัสที่ Academic Module ซึ่ง Task 1 ให้บรรยายข้อมูลเชิงภาพ ถ้าน้องๆ สอบ General Training ที่ Task 1 เป็นการเขียนจดหมายแทน เทคนิคจะต่างออกไปโดยสิ้นเชิง)


Task 1 คิดเป็น 33% ของคะแนน Writing ทั้งหมด (ส่วน Task 2 คิดเป็น 67% จากเวลารวม 60 นาที แนะนำแบ่งเวลาให้ Task 1 ประมาณ 20 นาที) แม้น้ำหนักจะน้อยกว่า Task 2 แต่ถ้าฝึกเก็บคะแนนเต็มได้ตรงนี้ น้องๆ จะมีคะแนนสำรองไว้ช่วยดันคะแนน Writing โดยรวมให้สูงขึ้นได้แน่นอน


เป้าหมายไม่ถึง 9.0 ก็ใช้บทความนี้ได้เต็มที่: น้องๆ ส่วนใหญ่ที่ยื่นเข้าคณะอินเตอร์หรือมหาวิทยาลัยต่างประเทศ มักต้องการ Band อยู่ที่ประมาณ 6.0-7.0 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผลและใช้ได้จริงมากกว่า 9.0 (ที่แม้แต่เจ้าของภาษาจำนวนมากก็ยังทำไม่ได้) ข่าวดีคือเทคนิคและโครงสร้างในบทความนี้เป็นชุดเดียวกันหมด ไม่ว่าจะตั้งเป้าที่ 6.5 หรือ 9.0 ต่างกันแค่ว่าน้องๆ ทำได้ "แม่นยำและสม่ำเสมอ" แค่ไหนเท่านั้นเอง ถ้าทำได้ตามเช็กลิสต์ท้ายบทความครบ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้ Band 6.5-7.0 สบายๆ อยู่แล้ว

แจกฟรี! เทคนิคเขียน IELTS Writing Task 1 ให้ได้ Band 9.0 พร้อมโจทย์ฝึก โดย KPH

สรุปเร็ว: 5 เทคนิคที่ดันคะแนน IELTS Writing Task 1 ขึ้นได้ทันที

ก่อนลงรายละเอียด นี่คือ 5 สิ่งที่ส่งผลต่อคะแนนมากที่สุด ถ้าทำได้ครบ คะแนนจะขยับขึ้นทันทีแบบไม่ต้องรอฝึกนาน

  1. เขียนให้ครบ 150-190 คำ ภายใน 20 นาที — เขียนไม่ครบคำ คะแนน Task Achievement จะถูกตัดทันทีไม่ว่าเนื้อหาจะดีแค่ไหน

  2. แยกย่อหน้า Overview ออกมาให้ชัด — สรุป 2-3 จุดเด่นที่สุดโดยไม่ใส่ตัวเลข เป็นย่อหน้าที่ examiner ให้น้ำหนักมากที่สุด

  3. เลือก Tense ให้ตรงกับประเภทกราฟ — มีปีระบุ = Past Tense ทั้งบทความ, ไม่มีปี/เป็น Process Diagram = Present Simple แบบ Passive Voice

  4. สลับใช้คำแสดงแนวโน้มหลายระดับ — ห้ามใช้ increase/decrease ซ้ำตลอดทั้งบทความ ให้สลับกับ soar, plummet, climb, dip ตามความแรงของข้อมูลจริง

  5. วางแผนโครงสร้าง 1-2 นาทีก่อนลงมือเขียน — แบ่งกลุ่มข้อมูลที่มีแนวโน้มคล้ายกันไว้ด้วยกัน ป้องกันเนื้อหากระโดดไปมาแบบไม่มีตรรกะ


ทั้ง 5 ข้อนี้ผูกกับเกณฑ์ให้คะแนนทั้ง 4 ด้านโดยตรง ส่วนถัดไปจะลงรายละเอียดของแต่ละเกณฑ์ให้ครบ


4 เกณฑ์ให้คะแนน และเทคนิคทำคะแนนเต็มแต่ละด้าน

IELTS Writing Task 1 ให้คะแนนจาก 4 เกณฑ์ น้ำหนักเท่ากันเกณฑ์ละ 25%


  • Task Achievement (25%): เขียนให้ครบและตรงโจทย์

สิ่งแรกที่ต้องทำให้ได้คือเขียนให้ครบ 150 คำขึ้นไป (แนะนำอยู่ในช่วง 160-190 คำ) ภายในเวลา 20 นาที เขียนไม่ครบคำ คะแนนจะถูกตัดทันทีไม่ว่าเนื้อหาจะดีแค่ไหน โครงสร้างที่แนะนำคือ 4 ย่อหน้า ได้แก่ Introduction (พาราเฟรสหัวข้อกราฟใหม่ ห้ามลอกคำเดิม), Overview (สรุปภาพรวม 2-3 จุดเด่นที่สุดโดยไม่ใส่ตัวเลข), และ Body Paragraph 1-2 (ลงรายละเอียดตัวเลขแยกตามกลุ่มข้อมูล) จุดที่หลายคนพลาดคือลืมเขียน Overview หรือเขียนแต่ Overview ปนกับรายละเอียดจนแยกไม่ออก ทั้งที่ Overview คือย่อหน้าที่ examiner ให้น้ำหนักมากที่สุดในเกณฑ์นี้


  • Coherence & Cohesion (25%): เรียบเรียงเนื้อหาให้ต่อเนื่อง

เกณฑ์นี้วัดว่าน้องๆ จัดระเบียบความคิดเป็นระบบแค่ไหน ไม่ใช่แค่ใส่คำเชื่อมเยอะๆ แต่ต้องใส่ให้ถูกจังหวะ และแบ่งกลุ่มข้อมูลให้สมเหตุสมผล เช่น ถ้ามี 3 หมวดข้อมูล อาจแบ่งเป็น Body 1 พูดถึง 2 หมวดที่มีแนวโน้มคล้ายกัน และ Body 2 พูดถึงหมวดที่แตกต่างออกไป การวางแผนเนื้อหาไว้ก่อนเขียนสัก 1-2 นาทีจะช่วยเรื่องนี้ได้มาก เพราะเขียนไปคิดไปมักทำให้เนื้อหากระโดดไปมาแบบไม่มีตรรกะ


  • Lexical Resource / Vocabulary (25%): ความหลากหลายของคำศัพท์

จุดนี้ไม่ได้วัดว่าน้องๆ รู้จักคำยากแค่ไหน แต่วัดว่าใช้คำได้หลากหลายและแม่นยำตรงบริบทหรือไม่ ตัวอย่างเช่นการอธิบายแนวโน้มขาขึ้นอย่างเดียวด้วยคำว่า "increase" ซ้ำตลอดทั้งบทความ จะทำให้คะแนนไม่ไปไหน ควรสลับใช้คำในกลุ่มความหมายเดียวกันแต่มีระดับความแรงต่างกัน เช่น increase, rise, grow, climb (แนวโน้มขึ้นแบบธรรมดา) ไปจนถึง soar, surge, rocket (แนวโน้มขึ้นแบบรวดเร็ว) และในทางกลับกัน decrease, decline, fall, drop ไปจนถึง plunge, plummet (แนวโน้มลงแบบรวดเร็ว) นอกจากนี้การพาราเฟรสหัวข้อกราฟในย่อหน้า Introduction ก็เป็นจุดที่ examiner จะเช็กความสามารถด้าน Vocabulary เป็นอันดับแรก


  • Grammatical Range & Accuracy (25%): ความหลากหลายและความถูกต้องของไวยากรณ์

เกณฑ์นี้ต้องแสดงให้เห็นว่าน้องๆ ใช้โครงสร้างประโยคได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่ประโยคง่ายๆ ซ้ำไปซ้ำมา จุดสำคัญที่มักพลาดคือการเลือก Tense ผิดประเภทกราฟ เช่น ถ้ากราฟมีปีระบุชัดเจนในอดีต ต้องใช้ Past Tense ตลอดทั้งบทความ แต่ถ้าเป็น Process Diagram ที่ไม่มีช่วงเวลาระบุ ต้องใช้ Present Simple แบบ Passive Voice เป็นหลัก (เพราะกระบวนการมักเน้นที่ "สิ่งที่ถูกกระทำ" มากกว่า "ใครเป็นคนทำ") อีกจุดที่ควรฝึกคือประโยคเปรียบเทียบ (comparative/superlative) และประโยคซับซ้อนที่มีอนุประโยค (relative clause) เพื่อแสดงความสามารถทางไวยากรณ์ให้ครบทุกระดับ


คำศัพท์และวลีเชื่อมประโยคที่ควรมีติดตัว

การมีคลังคำศัพท์เฉพาะทางสำหรับ IELTS Writing Task 1 ติดตัวไว้ จะช่วยประหยัดเวลาคิดในห้องสอบได้มาก ด้านล่างนี้จัดกลุ่มไว้ตามหน้าที่การใช้งานให้หยิบไปใช้ได้ทันที



การมีคำในมือหลายระดับแบบนี้ ทำให้น้องๆ ไม่ต้องพึ่งคำเดิมซ้ำๆ ตลอดทั้งบทความ ซึ่งเป็นสิ่งที่ examiner สังเกตเห็นได้ง่ายมากเวลาให้คะแนน Lexical Resource


ปรับเทคนิคให้ตรงกับกราฟแต่ละประเภท

เทคนิค 5 ข้อและ 4 เกณฑ์ด้านบนใช้ได้กับ Task 1 ทุกแบบ แต่ในทางปฏิบัติ ข้อสอบจะสุ่มมาแบบใดแบบหนึ่งจาก 6 ประเภทหลัก (บางครั้งผสมมากกว่า 1 ประเภทในข้อเดียว) และแต่ละประเภทมีจุดที่ต้องปรับ Tense/คำศัพท์ต่างกันเล็กน้อย ดูภาพรวมได้จาก card ด้านล่าง แล้วเจาะรายละเอียดต่อได้เลย


ตัวอย่างคำตอบ IELTS Writing Task 1 Band 9.0 จากพี่ๆ KPH

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างคำตอบ Band 9.0 จริง 2 แบบที่ครอบคลุมทั้งกราฟข้อมูลตัวเลขและกระบวนการ พร้อมกราฟประกอบในตัว คลิกสลับแท็บเพื่อดูแต่ละแบบ ลองสังเกตโครงสร้างและการใช้คำศัพท์ตามที่อธิบายไปข้างต้นควบคู่กันไปด้วย



แจกฟรี! โจทย์ฝึกด้วยตัวเอง 3 ข้อ

อ่านเทคนิคและดูตัวอย่างมาครบแล้ว ถึงเวลาลองมือจริง ด้านล่างนี้แจกฟรีโจทย์ฝึก 3 ข้อ ครอบคลุม 3 ประเภทกราฟที่ต่างกัน (Line Graph, Pie Chart, Table) แนะนำให้จับเวลา 20 นาทีแล้วลองเขียนเองก่อน จากนั้นค่อยกดดู "แนวทางคร่าวๆ" ในแต่ละข้อเพื่อเช็กว่าคิดถูกทางหรือเปล่า (ไม่ใช่เฉลยเต็มรูปแบบ เพื่อให้ได้ฝึกคิดเองจริงๆ)



เช็กลิสต์ก่อนส่งกระดาษคำตอบ

  • ก่อนหมดเวลา 20 นาทีของ Task 1 ลองเช็กตามนี้อีกครั้ง

  • เขียนครบ 150 คำขึ้นไปหรือยัง (แนะนำ 160-190 คำ ไม่ควรยาวเกิน 200 คำเพราะจะเสียเวลาทำ Task 2)

  • มีย่อหน้า Overview แยกออกมาชัดเจนหรือไม่ และ Overview นั้นไม่มีตัวเลขปะปนอยู่

  • เลือก Tense ถูกต้องตามประเภทกราฟหรือยัง (มีปี = Past Tense, ไม่มีปี/Process = Present Simple Passive)

  • ใช้คำศัพท์แสดงแนวโน้มซ้ำคำเดิมมากเกินไปหรือเปล่า

  • มีประโยคเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มข้อมูลอย่างน้อย 1-2 ประโยคหรือไม่

  • ไม่ได้ใส่ความคิดเห็นส่วนตัวลงไปในคำตอบ (Task 1 ต้องบรรยายข้อมูลเท่านั้น ห้ามแสดงความเห็น)

  • ถ้าตอบครบทุกข้อนี้ได้ น้องๆ ก็มีโอกาสสูงมากที่จะทำคะแนน Task 1 ได้เต็มหรือใกล้เคียงเต็ม และมีเวลาเหลือไปโฟกัสกับ Task 2 ได้อย่างสบายใจมากขึ้น



Comments


Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square
  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter

✏️ KPH — House of Knowledge and Potential
📍 กรุงเทพมหานคร (Bangkok, Thailand)
📞 064-954-7733
📧 pjkphouse@gmail.com

Line ID : @Krupimhouse
🕐 จันทร์–อาทิตย์ 9:00–20:00 น.

สถาบัน KPH สอนออนไลน์ SAT IELTS ACT AP กรุงเทพ
bottom of page