เรียน SAT/ติว SAT MATH : จะเจออะไรในข้อสอบ SAT MATH บ้าง? (ฉบับเจาะลึก ละเอียดยิบ ทุกซอกทุกมุม!!)

ขั้นตอนแรกของการเริ่มเรียน SAT/ติว SAT MATH เลยก็คือ การทำตัวเองให้คุ้ยเคยกับข้อสอบ SAT มากที่สุด ฉะนั้น ก่อนจะเริ่ม ให้พี่ๆ อธิบายรูปแบบของข้อสอบ SAT MATH อีกซักรอบก่อน


เรียน SAT ติว SAT
เรียน SAT ติว SAT

รูปแบบของข้อสอบ SAT MATH

ข้อสอบ SAT จะประกอบไปด้วย 4 Sections โดย 2 Sections แรกคือ Reading และ Writing และจะตามมาด้วย Section ที่ 3 คือ Math (No Calculator) และ Section สุดท้าย คือ Math (Calculator)


SAT MATH (No Calculator)

  • จำนวนคำถาม รวม 20 ข้อ

  • เวลารวม 25 นาที


SAT MATH (Calculator)

  • จำนวนคำถาม รวม 38 ข้อ

  • เวลา รวม 55 นาที

Total

  • จำนวนคำถามทั้งหมด 58 ข้อ

  • เวลารวม 80 นาที

SAT MATH มีคำถามกี่ประเภท?

ลักษณะของคำถาม ของข้อสอบ SAT MATH ทั้งสอง Section จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือแบบ Multiple Choices และ Grid-ins

  1. Multiple-Choice Questions คือ คำถามแบบมี Choice (ตัวเลือก) ให้เลือกทั้งหมด 4 Choice

  2. Grid-ins คือ คำถามแบบเติมคำ ที่น้องๆ จะต้องเขียนคำตอบและ ฝนคำตอบของน้องลงไปในกระดาษคำตอบ

Multiple-Choice and Grid-In Questions


ในบรรดาข้อสอบ SAT MATH ทั้งหมด 58 ข้อ จะถูกแบ่งเป็น ข้อสอบ Multiple Choice 45 ข้อ และข้อสอบ Grid-in 13 ข้อ หน้าตาของ Answer Sheet ในพาร์ท Grid-in จะเป็นตามรูปด้านล่าง น้องๆไม่ต้องแสดงวิธีทำให้ดู แต่ให้ใส่คำตอบลงในช่องที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งฝนคำตอบลงไปด้วย


เรียน SAT ติว SAT

ข้อดีของข้อสอบ SAT MATH คือข้อสอบจะเรียงจากข้อง่ายไปหาข้อยากเอาไว้ให้แล้ว ข้อแรกคือข้อที่ง่ายที่สุด และจะค่อยๆเพิ่มความยากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ข้อสอบ Grid-in จะเป็นถูกจัดให้เป็น 5 ข้อสุดท้ายของ พาร์ท No Calculator และ 8 ข้อสุดท้ายของพาร์ท Calculator เสมอ จึงเป็นที่รู้กันว่า ข้อ Grid-ins จะเป็นข้อยากนั่นเอง

ข้อสอบ SAT MATH ให้อะไรมาบ้าง?

สิ่งที่ SAT MATH ให้มาบนหน้าแรกของข้อสอบ คือสูตรเหล่านี้ น้องๆ สามารถเปิดกลับมาดูได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะกำลังสอบอยู่ Section ใดก็ตาม


เรียน SAT ติว SAT

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเวลาที่มีจำกัด การพลิกไปมา เพื่อดูสูตรอาจทำให้น้องเสียเวลากว่าเดิม ทางที่ดีพี่ๆ KPH แนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้ ให้น้องๆ จำสูตรเหล่านั้นไปก่อนล่วงหน้าเลย เพื่อลดเวลาในการพลิกดูสูตร มีเวลาเพิ่มขึ้นในการแก้โจทย์


นอกจากนั้น สูตรที่ให้มาคือสูตร Geometry แต่ Geometry ออกข้อสอบน้อยกว่า 10% ของหัวข้อทั้งหมด ไม่ใช่เนื้อหาส่วนที่ออกหลักๆ พี่ๆเลยอยากเตือนไว้ล่วงหน้า ว่าอย่าประมาทจะพึ่งแต่สูตรที่ให้มาบนข้อสอบอย่างเดียวไม่ได้

เรียน SAT MATH ควรเตรียมตัวเรื่องอะไรบ้าง?


พี่จะแบ่ง เนื้อหาทั้งหมดออกเป็น 3 หัวข้อใหญ่ด้วยกัน จะมี Algebra, Data Analysis และ Geometry ซึ่งเดี๋ยวพี่จะค่อยๆ อธิบายให้ฟังในแต่ละส่วน


Algebra

Algebra คือส่วนที่ออกเยอะที่สุดของข้อสอบ SAT Math ทั้งหมด คิดเป็น 60% หรือประมาณ 33-40 ข้อ จากทั้งหมด 58 ข้อ ถ้าน้องๆ ทำข้อสอบในหัวข้อ Algebra. ได้ครบทุกข้อ คะแนน SAT ของน้องจะอยู่ที่ ประมาณ 570-630 ซึ่งน้องๆ คนไหนที่ตั้งเป้าหมายไว้ไม่สูงมากนัก อยากได้คะแนนอยู่ที่ 600 น้องๆ สามารถ focus ที่หัวข้อนี้ หัวข้อเดียวได้เลย เพียงหัวข้อเดียวก็เพียงพอให้น้องได้คะแนนตามเป้าหมายแล้ว แต่ถ้าหากน้องๆตั้งเป้าหมายเอาไว้สูงกว่านี้ น้องต้อง focus ที่หัวข้ออื่นเพิ่มขึ้นมาด้วย


และหากน้องๆ จะเริ่มเรียนSAT Math พี่แนะนำให้น้องๆ เริ่มที่หัวข้อนี้เป็นหัวข้อแรก หรือแม้กระทั่งเวลาที่น้องๆ จะทวนเนื้อหา ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสอบ ก็ให้ทวนที่หัวข้อเป็นอันดับแรกเช่นกัน เพราะข้อสอบ SAT ออกแน่นอน และออกเยอะมาก


อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ Algebra เป็นเรื่องใหญ่ จึงมีหัวข้อย่อยๆ ให้ต้องเรียนรู้ค่อนข้างเยอะ หัวข้อย่อยจะมีตามที่ลิสต์ไว้ด้านล่างนี้เลย


I. Linear

Official Topics :

  • Solving Linear Equations and Word Problems : แก้สมการเส้นตรง ตัวแปรเดียว และโจทย์ปัญหา

  • Solving System of Linear Equations and Word Problems : การแก้ระบบสมการเส้นตรง หรือสมการเส้นตรงที่มี 2 ตัวแปร และโจทย์ปัญหา

  • Linear Function : การวาดกราฟเส้นตรง และการตีความ

  • Linear Inequalities and Word Problems : การแก้อสมการ และโจทย์ปัญหาอสมการ

  • Solving Systems of Linear Inequalities and Word Problems : การแก้ระบบอสมการ และโจทย์ปัญหาการแก้ระบบอสมการ


Summary of Task

  • สิ่งที่น้องต้องทำได้ในหัวข้อนี้ คือการฝึกแก้สมการ หาค่าของตัวแปร ทั้งแบบมีตัวแปรตัวเดียว (x) และแบบ 2 ตัวแปร (x,y)

  • สามารถอ่านโจทย์ แปลโจทย์ ตีความ วิเคราะห์และตั้งออกมาเป็นสมการได้ และแก้หาคำตอบได้

  • เข้าใจรูปแบบของกราฟเส้นตรง สามารถสร้างสมการเส้นตรงได้จากข้อมูลที่โจทย์ให้มา และสามารถวาดกราฟได้

  • สามารถแแก้อสมการ หา set คำตอบของตัวแปร ได้ทั้งแบบ ตัวแปรเดียว (x) และแบบ 2 ตัวแปร (x,y)


II. Quadratic and Expo

Official Topics

  • Solving Quadratic Equations : การแก้สมการกำลังสอง

  • Quadratic Function : การวาดกราฟ Quadratic

  • Radical and Rational Exponent : เลขยกกำลัง และรูท

  • Polynomials : พหุนาม

  • Exponential Equation : การแก้สมการ Exponential

  • Exponential Function : การวาดกราฟ Exponential


Summary of Task

  • สิ่งที่น้องต้องทำได้ในหัวข้อ Quadratic ก็คือ การฝึกแก้สมการหาค่าตัวแปร (x) ออกมาให้ได้

  • เข้าใจรูปแบบของสมการกำลังสอง สามารถสร้างสมการกำลังสองได้จากข้อมูลที่โจทย์ให้ และสามารถนำไปวาดเป็นกราฟได้

  • บวก ลบ คูณ หาร พหุนาม เลขยกกำลัง รูทได้

  • สามารถแก้สมการ Exponential Equation หาค่าตัวแปรได้ (x)

  • สามารถตั้งสมการ Exponential จากข้อมูลที่โจทย์ให้ และนำไปวาดเป็นกราฟ Exponential ได้


III. Others

Official Topics

  • Absolute Equation/Inequalities : การแก้สมการ และ อสมการ Absolute

  • Translate and Reflect : การเลื่อนและการสะท้อนกราฟ


Summary of Task

  • สามารถอ่านโจทย์และตั้งสมการ หรือ อสมการ Absolute ได้ และสามารถแก้โจทย์หาค่าตัวแปร (x) ได้

  • สามารถวาดรูปกราฟ เปลี่ยนแปลงกราฟได้ ในกรณีที่โจทย์กำหนดการเปลี่ยนแปลงลงในสมการนั้นๆ



Data Analysis


หัวข้อ Data Analysis จะออกข้อสอบ เยอะเป็นอันดับสองรองลงมาจากเรื่อง Algebra คิดเป็น 30% ของจำนวนข้อทั้งหมด หรือ ประมาณ 17-20 ข้อ จากทั้งหมด 58 ข้อ ถ้าน้องๆ สามารถ ทำได้คะแนนใน หัวข้อ Algebra และ Data Analysis ได้ถูกทั้งหมดคะแนนของน้องจะอยู่ที่ประมาณ 670-730 ซึ่งน้องคนไหนที่ตั้งเป้าคะแนนเอาไว้ที่ระดับ 700 น้องสามารถ Focus ที่ 2 หัวข้อนี้ได้เลย โดยไม่ต้องสนใจหัวข้ออื่น เพราะ2 หัวข้อนี้เพียงพอให้น้องได้คะแนนตามที่ต้องการ