เรียน SAT/ติว SAT READING: จะเจออะไรในข้อสอบ SAT READING บ้าง?(ฉบับเจาะลึก ละเอียดยิบ ทุกซอกทุกมุม!)

เป็นที่รู้กันดีว่าจะเรียน SAT / ติว SAT Reading นั้น เป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เพราะ SAT Reading ไม่ใช่แค่การอ่าน Passage ธรรมดาทั่วไป แต่มีหลายๆ อย่างที่น้องจะต้องเรียนรู้ และฝึกฝน มีคำถามหลายประเภทที่ค่อนข้างใหม่สำหรับน้องๆ blog นี้ พี่ๆ KPH จะพาน้องๆ ไปรู้จักข้อสอบ SAT Reading กันแบบทุกซอก ทุกมุม ละเอียดยิบ อ่านจบ Blog นี้น้องจะเข้าใจ และเห็นภาพข้อสอบ SAT Reading แบบกระจ่างเลยทีเดียว


เรียน SAT ติว SAT
เรียน SAT ติว SAT


รูปแบบของข้อสอบ SAT READING

ขั้นต้น มารู้จัก รูปแบบของข้อสอบ SAT Reading กันก่อน ข้อสอบ SAT Reading จะเป็น Section แรกจากทั้งหมด 4 Section เปิดข้อสอบมาจะเจอ SAT Reading ก่อนเป็นอับดับแรก ใช้เวลาทั้งหมด 65 นาที 52 คำถาม ทุกคำถามจะเป็นแบบ Multiple Choices ทั้งสิ้น มี 4 Choice ต่อคำถามหนึ่งข้อ ข้อสอบจะถูกแบ่งเป็น 4 passages โดยจะมี 1 passage ที่เป็น paired passage


แต่ละ Passage จะประกอบไปด้วยคำถาม จำนวน 10-12 คำถาม และจะมี 1-2 Passage ที่จะมี รูปภาพ (graph, chart, bar graph, scatter plot) โดยที่จะมีคำถามให้น้องๆ ตีความ จากรูปภาพที่ข้อสอบให้มา


โดยปกติแล้ว เราจะเดาไม่ค่อยออกมาว่า ข้อสอบ SAT Reading จะไปคัดเอา Article มาจากที่ไหนบ้าง แต่เราสามารถรู้จักประเภทของ Article ที่ SAT ชอบเอามาออกข้อสอบบ่อยๆ ได้ ในบรรดา 4 passage ทั้งหมดนั้น

  • 1 passage จะเกี่ยวกับ U.S หรือ World literature

  • 2 Passage จะเกี่ยวกับ History หรือ Social Science

  • 2 Passage จะเกี่ยวกับ Science


แต่ละ Passage หรือ Paired Passage จะมีความยาวประมาณ 500 ถึง 750 คำ ตามที่ได้กล่าวไปด้านบน คือจะมีบาง passage ที่มีรูปภาพ กราฟ ให้เราวิเคราะห์ด้วย


ในส่วนของ Paired Passage คือจะเป็น Passage คู่ ที่เขียนถึงหัวข้อเดียวกัน แต่เขียนออกมาคนละมุมมอง จากผู้เขียนคนละคน คำถามที่อยู่ใน Paired Passage ส่วนใหญ่จะเป็นการ

  • ให้น้องๆ เปรียบเทียบ ความเหมือน และความแตกต่าง ของมุมมองจากผู้เขียน 2 คนนี้

  • ให้น้องๆ คิดว่า ผู้เขียนคนแรก คิดอย่างไรต่อมุมมองของผู้เขียนคนที่ 2 หรืออาจจะกลับกัน

8 Types of SAT Reading Questions

Collegeboard ไม่เคยพูดว่าจะแบ่งคำถาม SAT Reading ออกเป็นประเภทๆ แต่พี่ๆ KPH จะขอแบ่งเอง เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพว่าจะเจอกับคำถามประเภทไหนบ้าง และเตรียมตัวเรียน SAT /ติว SAT Reading ได้อย่างถูกต้อง


Type 1 : Big Picture / Main Point

คำถามประเภทแรกที่น้องๆ จะได้เจอแน่นอน 100% คือการถามหา Big Picture / Main Point คือการถาม "หาภาพรวม (Overall)" ของ Passage ว่า โดยรวมแล้ว Passage กำลังพูดถึงอะไร

  • Passage กำลังพูดถึงอะไร

  • Passage กำลังอยากทำอะไรอยู่

  • Passage กำลังอยาก inform (ให้ข้อมูล), review, contradict, prove, parody, hypothesize หรือทำอะไรอยู่?

  • Passage ทำสิ่งเหล่านั้นไปเพื่ออะไร?

ด้านล่างคือตัวอย่างข้อสอบ SAT READING ที่ถามหา Main Point จาก Paired Passage ที่อยู่ในข้อสอบ College Board Official Practice Test 2


ตัวอย่าง

The main purpose of each passage is to

A) compare brain function in those who play games on the Internet and those who browse on it.

B) report on the problem-solving skills of individuals with varying levels of Internet experience.

C) take a position on increasing financial support for studies related to technology and intelligence.

D) make an argument about the effects of electronic media use on the brain.


Type 2: Little Picture/Detail

คำถามประเภทที่สอง จะถามเกี่ยวกับ Detail ย่อยๆ ที่อยู่บนบรรทัดใดบรรทัดหนึ่ง เจาะจงลงไปบนเนื้อหาของบรรทัดนั้นๆ น้องต้องมอง "ภาพเล็ก" ลงมา โดยทุกๆ 5 บรรทัด จะถูกเขียนกำกับตัวเลขไว้ให้ เวลาที่น้องๆ ถูกถามถึงบรรทัดไหน ก็ให้รีบกลับไปหาที่บรรทัดนั้นได้เลย คำถามประเภทนี้ อาจจะเกี่ยวกับ คำถาม Type 5: Function (หน้าที่การทำงานของ Lines หรือ Phrase) หรือ คำถาม Type 6: Author's technique (เทคนิควิธีการเล่าเรื่องของผู้เขียน)


ด้านล่างคือตัวอย่างข้อสอบ SAT READING ที่ถามหา Detail จาก Passage ในข้อสอบ College Board Official Practice test 2


ตัวอย่าง

Stanton uses the phrase “high carnival” (line 15) mainly to emphasize what she sees as the

A) utter domination of women by men.

B) freewheeling spirit of the age.

C) scandalous decline in moral values.

D) growing power of women in society.



Type 3 : inference

คำถามประเภทนี้คือ ต้องการให้น้อง “สรุป หรือ หาความหมาย” ของ Line หรือ paragraph หรือ Whole passage เลยก็ได้


ตัวอย่าง

It can reasonably be inferred that “the strong-minded” (line 32) was a term generally intended to


A) praise women who fight for their long-denied rights.

B) identify women who demonstrate intellectual skill.

C) criticize women who enter male-dominated professions.

D) condemn women who agitate for the vote for their sex.



Type 4 : Vocabulary in context

คำถามประเภทนี้ จะถามหาเกี่ยวกับ “คำศัพท์ทั่วไป แต่ถูกใช้ใน way แปลกๆ” ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคำศัพท์ที่ไม่ได้ยากมาก เป็นคำศัพท์ที่เจอได้ทั่วไป แต่ในเนื้อหาของ passage อาจถูกแปลเป็นอย่างอื่น เป็นต้น หน้าที่ของน้องก็คือ ต้องกลับไปอ่าน บรรทัดนั้นใหม่อีกรอบ และวิเคราะห์ออกมาให้ได้ว่าใน context ตรงนั้น คำศัพท์ที่โจทย์ถามควรจะมีความหมายว่าอย่างไร ถึงจะเหมาะสมที่สุด


ตัวอย่าง

As used in line 36, “best” most nearly means


A) superior.

B) excellent.

C) genuine.

D) rarest.


Type 5 : function

คำถามประเภทนี้ จะคล้ายๆกับ Type ที่ 2 คือจะเกี่ยวกับ detail เป็นหลัก แต่ในคำถามประเภทนี้จะเน้น หน้าที่ การทำงานของคำ(words) หรือ วลี (phrase) โจทย์ต้องการรู้ว่า การใช้คำ หรือ วลี ที่อยู่ใน passage นั้น สร้างผล (effect) อะไรให้กับผู้อ่าน ทำให้ผู้อ่านรู้สึกอย่างไร


ตัวอย่าง

The analogy in the final sentence of Passage 2 has primarily which effect?

A) It uses ornate language to illustrate a difficult concept.

B) It employs humor to soften a severe opinion of human behavior.

C) It alludes to the past to evoke a nostalgic response.

D) It criticizes the view of a particular group.


Type 6 : Author's Technique

นอกเหนือไปจาก การ focus ที่ตัว Passage แล้ว น้องยังต้องสังเกตุวิธีการเขียนของผู้เขียนอีกด้วย คำถามประเภทนี้จะถามหา "เทคนิค วิธีการ" ผู้เขียนมีวิธีการเล่าเรื่องอย่างไร เริ่มต้นจากอะไร ดำเนินเรื่องราวอย่างไร และไปจบลงที่ตรงไหน


นอกจากดูวิธีการเขียนแล้ว น้องยังต้องเข้าใจความรู้สึกของเค้าด้วย เหมือนเอาตัวเองไปใส่ในหัวของผู้เขียน พยายามทำความเข้าใจว่า มุมมองหรือจุดยืนผู้เขียนคืออะไร (Perspective) รู้สึกอย่างไร กำลังพุดด้วยน้ำเสียงแบบไหน(Tone/Voice) ทัศนคติ (Attitude) ของผู้เขียนต่อหัวข้อนั้นๆเป็นอย่างไรด้วย


ตัวอย่าง

During the course of the first paragraph, the narrator’s focus shifts from

A) recollection of past confidence to acknowledgment of present self-doubt.

B) reflection on his expectations of life as a tradesman to his desire for another job.

C) generalization about job dissatisfaction to the specifics of his own situation.

D) evaluation of factors making him unhappy to identification of alternatives.



Type 7 : Evidence Support

คำถามประเภทนี้ จะให้ Provide evidence for your answer หรือ หา Reason behind your answer คือ ให้หาหลักฐานว่าทำไมคำตอบจึงต้องเป็นแบบนั้น จะไม่ใช่คำถามที่มาเดี่ยวๆ แต่จะมาเป็นคู่เสมอ