top of page

เรียน IELTS/ติว IELTS Listening : จะเจออะไรในข้อสอบ IELTS Listening บ้าง?

Updated: Jul 4, 2022




ข้อสอบ IELTS Listening ภาพรวมจะแบ่งออกเป็น 4 sections และ แต่ละ section ก็จะเพิ่มความยากขึ้นเรื่อย และน้องๆ จะได้ยิน คลิปเสียงเพียง 1 ครั้งเท่านั้น


ระยะเวลาในการสอบ IELTS Listening ทั้งหมด 40 นาที โดยคลิปเสียงจะมีเวลา 30 นาที แต่น้องๆ จะมีเวลาอีก 10 นาที ในการนำคำตอบไปตอบลงใน answer sheet.

 

Test overview / ภาพรวม

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าข้อสอบ IELTS Listening ประกอบไปด้วย 4 sections ซึ่ง 2 sections แรก จะเกี่ยวกับกับการพูดคุยในชีวิตประจำวัน และ อีก 2 sections ที่เหลือจะเกี่ยวกับหัวข้อที่ค่อนข้างยากขึ้น academic มากขึ้น


แต่โดยรวมแล้ว หัวข้อที่อยู่ใน part นี้ จะเป็น general interest คือจะไม่ได้ลงลึกไปที่หัวข้อใดเป็นพิเศษ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ น้องๆ ไม่ไ้ด้ต้องมีความรู้อะไรมาก่อนเลย คำตอบทุกอย่างจะอยู่ในคลิปเสียงหมดแล้ว น้องๆ แค่ต้องฟังให้ออก ทำความเข้าใจ และตอบคำถามให้ได้เท่านั้น


สำเนียงที่ใช้ จะมีหลากหลาย ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเป็นสำเนียง British หรือ American เท่านั้น เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าน้องๆ สามารถใช้งานภาษาอังกฤษได้ในระดับ international จริงๆ ดังนั้น พี่ๆ KPH จึงแนะนำว่า เวลาเรียน IELTS/ติว IELTS Listening ให้ฝึกฟังสำเนียงที่หลากหลาย ทำความคุ้นเคยกับทุกรุปแบบ


Section

เนื้อหา

จำนวนผู้พูด

1

หัวข้อทั่วไปในชีวิตประจำวัน

การสนทนาระหว่างผู้พูด 2 คน

2

หัวข้อทั่วไปในชีวิตประจำวัน

speech โดยผู้พูด 1 คน

3

เนื้อหาเชิงวิชาการ

การสนทนาระหว่างผู้พูด 2-4 คน

4

เนื้อหาเชิงวิชาการ

Speech โดยผู้พูด 1 คน


Section 1

ข้อสอบ IELTS Listening section แรก จะประกอบไปด้วยผู้พูด 2 คน พูดคุยกันในหัวข้อทั่วๆ ไปในชีวิตประจำวัน เช่น การ plan ทริปไปเที่ยว, การจองที่พัก และอื่นๆ


Section 2

ส่วนใน section ที่ 2 จะเป็น monologue คือเป็นการพูดคนเดียว หัวข้อที่พูดก็จะเป็นหัวข้อทั่วๆไป ในชีวิตประจำวัน เช่น พูดถึง student service ที่มหาวิทยาลัยเปิดให้บริการสำหรับนักศึกษา หรือ การวางแผนมื้ออาหารสำหรับการประชุม


Section 3

section นี้ จะเป็นการพูดคุยกันระหว่างคนหลายๆ คน มากสุด 4 คน ในหัวข้อที่เป็นทางการมากขึ้น เช่น การสนทนาระหว่าง ติวเตอร์กับนักเรียน 3 คนเกี่ยวกับการวางแผนทำงานวิจัย


Section 4

Section นี้ จะกลับมาเป็น Monologue อีกครั้ง คือ เป็นการพูดคนเดียว ในหัวข้อที่ academic เนื้อหาเชิงวิชาการมากขึ้น เช่น University Lecture.

 

8 IELTS Listening Question Types /คำถาม 8 ประเภทที่ต้องเจอในข้อสอบ IELTS Listening



1. Matching / จับคู่ : คำถามประเภทจับคู่จะเจอได้บ่อยมาก ได้ข้อสอบ IELTS Listening คำถามประเภทนี้มักจะเจอใน section ที่ 1 และ 3 ซึ่งจะเป็นการสนทนาระหว่างคน 2 คนขึ้นไข้อสอบจะมีข้อมูลมาให้ 2 set และให้น้องๆจับคู่ข้อมูลของ 2 set นี้ ยกตัวอย่างเช่น jack เป็นนักเรียนคนหนึ่งของมหาวิทยาลัย ABC Jack กำลังเปรียบเทียบวิชาทีกำลังจะเลือกเรียน 3 วิชา ข้อสอบอาจจะให้จับคู่ว่า ข้อมูลไหน ตรงกับวิชาอะไร


Tips

  • ก่อนที่ speaker จะเริ่มพูด น้องๆ จะมีเวลาสั้นๆ ในการเตรียมตัว ให้ใช้เวลาช่วงนี้ในการทำความคุ้นเคยกับ set ข้อมูลที่ให้มา และคาดการณ์ล่วงหน้าว่าเนื้อหาใน clip จะเกี่ยวกับอะไรบ้าง

  • หาความสัมพันธ์ของข้อมูลทั้ง 2 set ว่า 2 set จะเกี่ยวข้องกันในรูปแบบใดบ้าง

  • ระวังเรื่อง synonym และ การ paraphrase เพราะบางที ใน clip กับใน set ข้อมูล ใช้คนละคำกัน ดังนั้น ให้ลองคิดไว้คร่าวๆ ล่วงหน้าว่าจะอาจจะได้ยินคำอะไรคล้ายๆกัน ที่นอกเหนือจากคำที่อยู่ใน set ข้อมูลที่ให้มาบ้าง

  • ระวัง distractor หรือ ระวังสิ่งที่จะทำให้น้องๆ เขว บ่อยครั้งที่ใน clip เสียงจะพูดออกนอกเรื่อง เพื่อทำให้น้องๆ งง ดังนั้นน้องๆ ต้องฟัง และ จับประเด็นให้ดีๆ


2. Summary Completion Lesson : คำถามประเภทนี้ จะมีประโยคหลายๆประโยคที่สรุปเนื้อหาใน clip ที่ฟัง มาให้ ข้อสอบจะเอาประโยคที่พูดใน clip มา paraphrase (เปลี่ยนคำพูด แต่คงความหมายเดิม) ข้อสอบจะสรุป key point เนื้อหาสำคัญของ clip


Tips :

  • สิ่งแรกที่น้องๆ ควรทำ คือ อ่านประโยคที่ข้อสอบให้มา พยายามทำความเข้าใจความหมายของประโยคนั้นๆ และ คาดการณ์ล่วงหน้าว่า ใน clip ภาพรวมจะมีเนื้อหา เกี่ยวกับอะไร ซึ่งมันจะช่วยให้น้องๆ ตามทันและไม่หลุด

  • ถัดมา คือ น้องๆ ต้องรู้ว่า ประโยคที่ให้มาผ่านการ paraphrase มาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเมื่อน้องๆ ฟัง clip เสร็จแล้ว ต้องคิดต่อว่า ประโยคใน clip จะถูกนำมาเปลียนแปลงอย่างไรได้บ้าง

  • ยกตัวอย่างเช่น : ใน clip พูดว่า "The family structure has changed greatly in the last fifty years." แต่ใน choice อาจจะใช้คำว่า "In the last half century the family unit had been altered significantly" แบบนี้เป็นต้น



3. Form Filling : Section แรก ของ part Listening ส่วนใหญ่จะเป็นคำถามสไตล์ form filling โดยคำตอบจะมีความยาวแค่ 1 ถึง 2 คำ เท่านั้น และจะเป็นข้อมูลที่เป็นความจริง เช่น เบอร์โทรศัพท์, เวลา หรือ วันที่ คำถามประเภทนี้ ดุเหมือนจะง่าย แต่พอเอาเข้าจริง กลับมีหลายๆ คนที่พลาด


Tips :

  • อ่าน instruction ให้ดี : อ่านให้ดีว่า คำตอบเขียนได้ไม่เกินกี่คำ เช่น Write NO MORE THAN THREE WORDS AND/OR A NUMBER for each answer ในเคสนี้คือ ให้เขียนคำตอบได้ไม่เกิน 3 คำ หรือใส่ตัวเลข ถ้าเขียนเกิน 3 คำ ก็คือผิดทันที

  • อ่าน title : หัวข้อจะทำให้น้องๆ เห็นภาพรวมว่าจะต้องฟังคลิปเกี่ยวกับอะไร คาดกาณณ์ได้ว่าจะต้อง คอยฟัง ข้อมูลอะไรเป็นพิเศษบ้าง

  • คาดการณ์คำตอบล่วงหน้า : ในช่องที่ข้อสอบเว้นไว้ให้ น้องๆ สามารถคาดการณ์ ได้ว่าจะต้องเอาข้อมูลอะไรมาใส่ เช่น ชื่อ, นามสกุลม สถานที่, เบอร์โทรศัพท์ และ ยังสามารถคาดการณ์ได้อีกว่า คำต้องนำมาเติม ต้องเป็นคำประเภทไหน เช่น Noun, adjective, adverb หรืออื่นๆ

  • ระวัง synonym

  • ระวัง distractor



4. Multiple Choice Question : คำถามประเภทนี้ ดูเหมือนจะง่าย แต่เอาเข้าจริง เป็นหนึ่งในสไตล์คำถามที่ยากที่สุดเลย อย่างไรก็ตาม หากน้องๆ มี strategy ที่ดี น้องๆ ก็จะทำข้อสอบสไตล์นี้ได้สำเร็จ


สไตล์นี้ จะมีคำถาม 2 ประเภทย่อยๆ คือ

1) Single Questions : คำถามประเภทนี้น่าจะคุ้นๆ กันอยู่แล้ว มี 1 คำถาม กับมี 3 (หรือ 4 ก็ได้) คำตอบ ให้เลือก A,B,C,D น้องๆ แค่ต้องเลือกข้อที่ถูกต้องมา 1 ข้อ


ตัวอย่าง

Choose the correct letter A,B, or C

How does BC Travel plan to expand the painting holidays?

A. by adding to the number of locations

B. by increasing the range of levels

by employing more teachers



2) List Questions : สไตล์นี้จะมี 1 คำถาม กับอีกหลาย Choice เลย A,B,C,D,E,..... ซึ่งข้อที่ถูกมีมากกว่า 1 ข้อ ให้เลือกข้อที่ถูกต้องทั้งหมด


ตัวอย่าง

Choose TWO letters, A-E.

Which TWO are the main reasons given for the popularity of activity holidays?

A. Clients make new friends.

B. Clients learn a useful skill.

C. Clients learn about a different culture.

D. Clients are excited by the risk involved.

E. Clients find them good value for money.


Tips

  • อ่านคำถามก่อนเสมอ : เพื่อคาดการณ์ล่วงหน้า ว่าจะต้องเจอกับเนื้อหาประมาณไหน อ่านคำถามให้ clear ว่าต้องทำอะไร ต้องเลือก 1 คำตอบ หรือ 2 คำตอบ หรือมากกว่านั้น

  • อ่าน title ก่อน : ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะมี title หัวข้อเรื่อง มาให้ แต่ถ้ามีมาให้ จะดีมากๆ เพราะจะให้น้องๆ เข้าใจว่า choice ที่ให้มามันเกี่ยวกับอะไร

  • เดาคำตอบก่อนล่วงหน้า : หลายๆ ครั้งที่ น้องๆสามารถอ่านคำถามและเดาคำตอบไว้ก่อนได้เลย โดยไม่ต้องฟัง clip เสียง และ ฟังคลิปเสียง เพื่อเป็นการยืนยันคำตอบ

  • ระวังเรื่อง synonym : แน่นอนว่าในคำถาม/choice จะใช้คนละคำกับในคลิปเสียง ต้องระวังจุดนี้ให้ดี

  • หาจุดแตกต่างของ choice แต่ละข้อ : บางครั้ง choice แต่ละข้อก็ดูคล้ายๆ กันหมด น้องๆ ต้องหาจุดที่แตกต่างของแต่ละข้อให้ได้

  • ระวัง distractor : ระวัง speaker พูดออกนอกเรื่อง ทำให้น้องๆ หลงประเด็น

  • คำตอบ จะเป็น A,B,C,D,... เสมอ : คำถามประเภทนี้ เวลาตอบจะให้ตอบเป็นตัวอักษร A,B,C,... เท่านั้น ไม่ต้องลอกคำตอบยาวๆลงมานะ



5. Labelling a Map or Plan :

คำถามสไตล์ labeling จดว่าเป็นสไตล์มที่ออกค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะ section ที่ 2 ส่วนใหญ่แล้วเนื้อหาใน clip เสียงจะเกี่ยวกับการพาทัวร์ ภายในตึก โรงแรม พิพิธภัณฑ์ หรืออธิบายแผนที่ของสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง หรือ พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานที่


หน้าที่ของน้องๆ คือ ฟังคลิปเสียง และ ระบุรายละเอียด คุณสมบัติ ของสถานที่นั้นๆ


หลายๆคนมองว่าคำถามสไตล์นี้เป็นหนึ่งในสไตล์ที่ง่ายที่สุด เพราะรูปภาพที่ให้มา จะเป็นตัวช่วยได้ดี โดยเฉพาะจุดที่รูปภาพได้ระบุรายละเอียดบางอย่างมาให้แล้ว


Tips :

  • อ่าน instruction ให้ละเอียด : อ่านคำสั่งก่อนลงมือทำเสมอ เพื่อที่น้องๆ จะได้รู้ว่าต้องทำอะไร ยกตัวอย่างเช่น Write the correct letter, A-I , next to question 14-20 คำสั่งบอกให้เขียนตัวอักษร A ถึง I ลงใน้อ 14 ถึง 20 ดังนั้นน้องๆ ไม่ต้องเขียนอะไรเพิ่มเติมนอกจากตัวอักษร A ถึง I เท่านั้น

  • อ่าน lebel : อ่านสิ่งที่รูปภาพระบุมาให้อยู่แล้ว เพราะมันจะเป็นตัวช่วยให้น้องๆสามารถเดาคำตอบได้

  • Visualization : สกิลการจิตนาการ นึกภาพให้ออกจะช่วยน้องๆได้มากๆ

  • Vocabulary : คำศัพท์ในกลุ่ม Location บอกความสัมพันธ์ของสถานที่หนึ่งกับอีกที่หนึ่ง และกลุ่ม direction บอกตำแหน่งและทิศทาง จะช่วยให้น้องเห็นภาพขึ้นอีกมาก


6.Diagram and Flowchart :


1) Diagram

สไตล์นี้ น้องๆจะได้รับ diagram โครงสร้างของสิ่งของหนึ่ง น้องๆต้องเติมคำที่หายไป เพื่อทำให้ diagram สมบูรณ์ ยกตัวอย่างเช่นการทำงานของ A solar heating system หรือโครงสร้างของชั้นดิน


คำถามสไตล์นี้เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่หลายคนบอกว่าง่าย  เพราะว่ามีรูปภาพมาให้อยู่แล้วและในรูปภาพตัวช่วยหลายๆอย่างที่ระบุมาให้


2) Flowchart completion

คำถามประเภทนี้จะเกี่ยวกับขั้นตอนหรือกระบวนการ มีจุดเริ่มต้น จุดจบและขั้นตอนหลายๆ ขั้นตอนระหว่างนั้น ซึ่งคำถามจะเกี่ยวกับอะไรก็ได้ที่สามารถแบ่งออกเป็นขั้นๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น การสมัครงาน ขั้นตอนการเขียน essay


คำถามสไตล์นี้มักจะอยู่ใน  section 3 ซึ่งจะมีผู้พูดสามถึงสี่คน


Tips :

  • อ่าน instruction : อ่านคำสั่งก่อนเสมอ ดูให้ดีว่าคำสั่งให้ ตอบได้ไม่เกินกี่คำ ยกตัวอย่างเช่น write no more than three words or a number for each answer. บอกให้เขียนได้ไม่เกินสามคำหรือตัวเลขเท่านั้น ดังนั้นน้องๆ ไม่สามารถเขียนได้เกินสามคำได้

  • อ่าน lebel : อ่านสิ่งที่รูปภาพได้ระบุมาให้แล้วเพราะจะเป็นตัวช่วยในการทำความเข้าใจรูปภาพมากยิ่งขึ้นและตอบคำถามในส่วนที่หายไปได้ง่ายขึ้น

  • เดาคำตอบ : หลายๆ ครั้งที่น้องๆสามารถเดาคำตอบไว้ล่วงหน้าได้เลย เช่น ชื่อ เบอร์ตัวเลข หรือประเภทของคำเช่น คำนาม คำกริยา



7. Table Completion

คำถามสไตล์นี้คือการเติมตารางให้สมบูรณ์ ประเภทนี้มาบ่อย ซึ่งสามารถออกใน section ไหนก็ได้ สิ่งที่น้องๆ ต้องทำคือเติมคำลงในช่องว่างในตารางให้ถูกต้อง

Tips

  • อ่าน instruction : อ่านคำสั่งก่อนเสมอ ดูให้ดีว่าคำสั่งให้ ตอบได้ไม่เกินกี่คำ ยกตัวอย่างเช่น write no more than three words or a number for each answer. บอกให้เขียนได้ไม่เกินสามคำหรือตัวเลขเท่านั้น ดังนั้นน้องๆ ไม่สามารถเขียนได้เกินสามคำได้

  • อ่านชื่อตาราง : อ่านชื่อตาราง อ่านแกนตั้ง แกนนอนให้ดี เพราะมันจะช่วยให้น้องๆ เห็นภาพว่าตารางนี้กำลังพูดถึงอะไรอยู่


8.Short Answer Questions

เป็นคำถามที่มาบ่อยอยู่ใน section ไหนก็ได้ ส่วนใหญ่แล่วจะอยู่ใน section 2 ซึ่งเนื้อหาจะเกี่ยวกับชีวิตประจำวันยกตัวอย่างเช่นการกล่าวต้อนรับนักศึกษาใหม่ สิ่งที่น้องไต้องทำคือฟังคลิปเสียงและเขียนคำตอบแบบสั้นลงในช่องว่างซึ่งบางครั้งอาจจะต้องตอบมากกว่าหนึ่งคำตอบ

Tips :

  • อ่าน instruction : อ่านคำสั่งก่อนเสมอ ดูให้ดีว่าคำสั่งให้ ตอบได้ไม่เกินกี่คำ ยกตัวอย่างเช่น write no more than three words or a number for each answer. บอกให้เขียนได้ไม่เกินสามคำหรือตัวเลขเท่านั้น ดังนั้นน้องๆ ไม่สามารถเขียนได้เกินสามคำได้

  • เดาคำตอบ : หลายๆ ครั้งที่น้องๆสามารถเดาคำตอบไว้ล่วงหน้าได้เลย เช่น ชื่อ เบอร์ตัวเลข หรือประเภทของคำเช่น คำนาม คำกริยา



แต่ละสไตล์ น้องๆ จะได้รับ instruction หรือ คำอธิบายมาให้ ว่าต้องตอบคำถามอย่างไร ซึ่งคำอธิบายที่ให้มานั้นเคลีย และเข้าใจง่ายอยู่แล้ว น้องๆ แค่ทำตามคำอธิบายที่ให้มาได้เลย อย่างไรก็ตาม บางครั้ง อาจจะมีคำถามสไตล์ที่ไม่คุ้นเคยมาบ้าง ซึ่งในเคสนี้ ข้อสอบก็จะให้ตัวอย่างการตอบคำถามมาให้ ไม่ต้องกังวลไป น้องๆ ดูตัวอย่างที่ให้มาและทำตามได้เลย


ระหว่างที่น้องๆ ฟัง น้องๆ สามารถตอบคำถามไปพร้อมๆ กันได้เลย โดยแนะนำให้เติมคำตอบลงในกระดาษคำถามก่อน และหลังจากที่ฟังจบแล้ว น้องๆ จะมีเวลาอีก 10 นาที ในการ นำคำตอบไปตอบลงในกระดาษคำตอบ และ check คำตอบอีกครั้งหนึ่ง


แต่ละข้อจะมีคะแนน 1 คะแนน


 

IELTS Listening Band Chart / คะแนน IELTS Listening คิดยังไง


ข้อสอบ IELTS Listening มีทั้งหมด 40 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน เพราะฉะนั้นคะแนน raw score ที่ได้รับมาจากจำนวนข้อที่น้องตอบถูก หลังจากนั้น คะแนน raw score จะถูก convert เป็น band score ซึ่ง band สูงสุดคือ band 9


คะแนนที่น้องๆ ส่วนใหญ่คาดหวังเอาไว้จะอยู่ที่ band 6 ขึ้นไป ซึ่งหากต้องการ band 6 ขึ้นไป น้องๆ ต้องตอบคำถามให้ถูกอย่างน้อย 23 ข้อ



Raw score

IELTS Band Score

39-40

9

37-38

8.5

35-.36

8

32-34

7.5

30-31

7

26-29

6.5

23-25

6

18-22

5.5

16-17

5

13-15

4.5

11-12

4


 

พออ่านมาถึงตรงนี้ คิดว่าน้องๆ ที่กำลังคิดจะเรียน ielts / ติว ielts listening น่าจะเห็นภาพทั้งหมดของข้อสอบ ielts listening กันแล้ว ทีนี้ ไปลองอ่านสิ่งที่น้องๆ จะต้องเจอใน พาร์ทอื่นกันบ้าง พี่ฟ้า KPH ได้รวบรวมสิ่งที่น้องๆ จะต้องเจอในพาร์ทอื่นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เข้าไปอ่านได้เลย


Reading

Writing

  • เรียน IELTS / ติว IELTS Writing : จะเจออะไรในข้อสอบ IELTS Writing Task 1 บ้าง?

  • เรียน IELTS / ติว IELTS Writing : จะเจออะไรในข้อสอบ IELTS Writing Task 2 บ้าง?

Speaking


พอน้องๆ เห็นภาพข้อสอบ IELTS ทั้งหมดแล้ว คิดว่าการเรียน IELTS/ติว IELTS จะวางแผนได้ง่ายลง เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แนะนำว่าให้เริ่มจากการจัดตารางการเรียน focus ในจุดที่คิดว่าอ่อนมากที่สุดก่อน แต่ถ้าหากใครยังคิดว่าการเรียน IETLS/ติว IELTS เป็นเรื่องยาก ติดต่อพี่ KPH มาได้เลย รับรองว่าสอบ IELTS ครั้งถัดไป ต้องมั่นใจขึ้นเยอะแน่นอน


call : 064-954-7733

Line : @krupimhouse

Comments


Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square
  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter
bottom of page