top of page

เรียน ACT/ติว ACT Reading : จะเจออะไรในข้อสอบ ACT reading บ้าง?

Updated: Feb 22

ACT เป็นข้อสอบ หนึ่งใน Standardized Test ที่นำไปใช้ยื่นสมัครเรียนต่อ มหาวิทยาลัยในอเมริกา TOP US University/IVY League หรือ หลักสูตรนานาชาติในไทย ประกอบไปด้วย 4 part ด้วยกัน คือ English, Math, Reading และ Science ใน blog นี้ มาเจาะกันที่ part Reading เป็นหลักเลย!



จะเริ่มเรียน ACT/ติว ACT Reading น้องๆ รู้กันรึยังว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง? คำถามกี่ประเภท และควรเตรียมตัวอย่างไร? สำหรับใครที่ยังไม่รู้ ไม่ต้องกังวลไป วันนี้พี่ๆ KPH รวบรวมทุกสิ่งที่น้องจะต้องเจอในข้อสอบ ACT Reading มาให้แล้ว รับรองว่ากลังจากอ่าน Blog นี้แล้ว น้องๆ จะเข้าใจ เห็นภาพ ข้อสอบ ACT Reading ขึ้น และเรียน ACT/ติว ACT Reading ง่านขึ้น เป็นระบบขึ้นอย่างแน่นอน


เริ่มต้นน้องๆ สมัครสอบและดาวน์โหลดข้อสอบมาลองดูหน้าตาของข้อสอบกันก่อน


ใน Blog นี้มีเนื้อหาทั้งหมด 6 ส่วน อยากอ่าน part ไหนเป็นพิเศษ click ได้เลย

รูปแบบข้อสอบ ACT Reading

  • ข้อสอบ ACT Reading มี 4 passage

  • 3 passage เป็น Single Passage (บทความเดี่ยวๆ) และ อีก 1 passage เป็น Paired Passage (บทความคู่)

  • แต่ละ passage มีคำถาม 10 ข้อ รวมแล้วมีทั้งหมด 40 ข้อ

  • รูปแบบคำถามจะเป็น Multiple Choice ข้อละ 4 Choice (A,B,C,D หรือ F,G,H.J)

  • มีเวลา 35 นาทีเท่านั้น

  • สามารถใช้เวลาได้ข้อละ 52 วินาที

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เมื่อรวมเวลาในการอ่าน Passage เข้าไป น้องๆ จะมีเวลาไม่ถึง 52 วินาที ต่อหนึ่งข้อ เพราะฉะนั้น สิ่งที่น้องๆ ต้องฝึกคือ การบริหารเวลา จะทำอย่างไรให้ได้คะแนนที่ตั้งเป้าเอาไว้

 

4 Types of Passages

หัวข้อที่นำมาออกในบทความต่างๆ พี่ๆจะแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ humanities, social studies, natural resource, และ fiction


หัวข้อ social studies อาจจะถูกตัดมาจาก textbook หัวข้อ natural science อาจจะมาจากข่าว บทความวิทยาศาสตร์ fiction อาจจะถูกตัดมาจากหนังสือนิยาย/วรรณกรรม humanities อาจจะถูกตัดมาจาก essay


อย่างไรก็ตาม น้องๆ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในแต่ละหัวข้อ มาก่อนล่วงหน้า ไม่ต้องอ่านหนังสือ หรือข่าว อะไรมาก่อน ทุกอย่างที่ถามคือสิ่งที่อยู่ใน passage ตรงหน้าเท่านั้น


ซึ่งในแต่ละหัวข้อใหญ่ ก็จะประกอบไปด้วย หัวข้อย่อยๆ ลงไปอีก ซึ่งพี่ๆ KPH ก็ได้รวบรวมเอาไว้ให้ในตารางด้านล่างแล้ว

Topic

Subtopics

Social Studies

- Anthropology

- Archaeology

- Biography

- Business

- Economics

- Education

- Geography

- History

- Political Science

- Psychology

- Sociology

Natural Sciences

- Anatomy

- Astronomy

- Biology

- Botany

- Chemistry

- Ecology

- Geology

- Medicine

- Meteorology

- Microbiology

- Natural History

- Physiology

- Physics

- Technology

- Zoology

Fiction

- Short Stories

- Novels

- Memoirs

- Personal Essay

Humanities

- Architecture

- Art

- Dance

- Ethics

- Film

- Language

- Literary Criticism

- Music

- Philosophy

- Radio

- Television

- Theater

ตารางด้านบน คือ หัวข้อทั้งหมด ที่ข้อสอบ ACT เคยออกข้อสอบมา มันเป็นไปได้ยากที่น้องๆ จะรู้สึกมั่นใจกับทุกหัวข้อ จากประสบการณ์ที่พี่ๆเคยเจอมาคือ หลายคนจะมีหัวข้อที่ตัวเองรู้สึกมั่นใจกว่าหัวข้ออื่นๆ เช่น น้องๆ สายวิทย์ อาจจะรู้สึกมั่นใจเวลาทำ Passage หัวข้อ Natural Science เพราะคุ้นเคยกับคำศัพท์ต่างๆ ส่วนน้องๆ สายคำนวณอาจจะคุ้นเคย Passage หัวข้อ Business หรือ Economics เพราะเคยเรียนมาจากที่โรงเรียน


เพราะฉะนั้นสิ่งที่พี่จะแนะนำคือ เวลาที่จะทำข้อสอบ ACT น้องๆ สามารถเริ่มทำจาก Passage ที่ตัวเองมั่นใจที่สุดก่อนก็ได้ รีบทำ Passage ที่มั่นใจที่สุด ง่ายที่สุดสำหรับเราก่อน เพื่อ Make sure ว่าเราได้เก็บคะแนนข้อที่มั่นใจว่าถูกแน่ๆ เอาไว้แล้ว และเก็บเวลาที่เหลือ ไว้ให้กับ Passage ที่ไม่ถนัดทีหลัง


เพราะถ้าหากเราเสียเวลาไปกับ passage ที่ไม่ถนัด เราจะใช้เวลาไปกับมันค่อนข้างเยอะ และอาจจะไม่เหลือเวลา ในการทำ passage อื่นๆที่เราถนัด เสียโอกาสในการทำคะแนนข้อที่ควรจะทำได้ไป


หลังจากที่น้องๆ ได้รู้หัวข้อทั้งหมดที่เคยออกข้อสอบไปแล้ว ไปดูกันต่อว่า คำถาม ข้อสอบ ACT Reading มีทั้งหมดกี่ประเภท

 

3 Types of Questions/คำถาม 3 ประเภทใหญ่ๆ

พี่ๆ จะแบ่ง คำถามในข้อสอบ ACT Reading ออกเป็น 3 ประเภท คือ Key Ideas and Details, Structure และ Integration of Knowledge and Ideas.

Type of Question

สไตล์คำถาม

Key Idea and Details

  • หา Main Idea/Big Picture

  • หา Detail/Little Picture

Structure

  • หาความหมายของ Vocabulary in Context

  • หา function ของ word/phrase

  • วิเคราะห์โครงสร้างการเขียน Development/Idea organization

Integration of Knowledge and Ideas

  • หา Inference/implied ideas

อย่างไรก็ตาม คำถามแต่ละสไตล๋ ออกข้อสอบจำนวนมากน้อย ไม่เท่ากัน สไตล์ที่ออกเยอะที่สุด คือ Key Ideas and Details และสไตล์ที่ออกน้อยที่สุดคือ Integration of Knowledge and Ideas สำหรับจำนวนข้อที่ออกดูในตารางด้านล่างได้เลย

Types of Question

เปอร์เซนต์ออกข้อสอบ

จำนวนคำถามโดยประมาณ

Key Ideas and Details

55%-60%

22-24

Structure

25%-30%

10-12

Integration of Knowledge and Idea

13%-18%

5-7

 

6 Styles of Questions/ คำถาม 6 สไตล์ย่อยๆ

ในคำถาม 3 ประเภทใหญ่ๆ แบ่งออกเป็น 6 สไตล์ย่อยๆ ที่ออกซ้ำๆ เหมือนเดิมตลอด ในส่วนนี้พี่จะยกตัวอย่างโจทย์ให้น้องเห็นภาพมากขึ้น ว่าแต่ละสไตล์หน้าตาอย่างไร


Style #1 : Main Idea/Big Picture

  • คำถามสไตล์นี้จะถามในส่วนของ theme หลัก หรือ ประเด็นหลัก ของ passage หน้าที่ของน้องๆ ก็คือ หลังจากที่อ่าน passage จบแล้วให้น้องๆ คิดว่า สรุปแล้ว passage นี้พูดถึงอะไรเป็นหลัก

  • Keyword คือ คำว่า “เป็นหลัก” ภาพรวมของ passage พูดถึงอะไร สิ่งที่น้องๆหลายคนพลาดคือ จับประเด็นหลักไม่ได้ จับได้แต่ประเด็นย่อย ทำให้ตัด choice ข้อไหนไม่ได้สักที เพราะ Choice ทุกข้อ ดูเหมือนจะถูกพูดใน passage ไปซะหมด

  • วิธีการคือ อ่านทั้ง Passage และ ให้มองภาพใหญ่ๆเข้าไว้ ไม่ต้องลง detail ปลีกย่อย และสรุปออกมาไม่เกิน 1 ประโยคว่าหลักๆแล้ว passage พูดถึงอะไร เช่น main idea ของ Blog นี้คือ อธิบาย สไตล์คำถามในข้อสอบ ACT Reading แค่นี้เลย จบ!


ตัวอย่าง

The main point of this passage is to:

A. Illustrate the importance of genetics in the formation of a baby's brain.

B. Illustrate the importance of stimulation and experience in the formation of a baby's brain.

C. Indicate the great need for conducting further research on babies' brain.

D. Compare the latest research on babies' brains with similar research conducted fifteen years ago.


Style #2: Detail/Little Picture

  • คำถามประเภทนี้ คือการลงปลีกย่อย เจาะไปที่ detail โจทย์มักจะพูดถึงเนื้อหาจากบรรทัดใดบรรทัดหนึ่ง และให้น้องๆ หาความหมายของเนื้อหาในบรรทัดนั้น

  • หน้าที่ของน้องๆ คือ การกลับไปอ่านที่บรรทัด นั้นอีกครั้ง และหาคำตอบให้เจอ น้องๆอาจจะต้องดูจากบรรทัดรอบข้าง หรือ เนื้อหา context รอบๆ บรรทัดเพื่อประกอบการตัดสินใจ


ตัวอย่าง

The studies of acupuncture described in the fifth paragraph (lines 35-45) can best explain the success of acupuncture in treating which of the following conditions?

A. Blurred vision.

B. Nausea

C. Headaches

D. Impaired immune system


Style #3: Vocabulary in Context.

  • คำถามสไตล์นี้จะเจาะไปที่คำศัพท์ และถามหาความหมายของคำศัพท์คำนั้น

  • สิ่งที่น้องๆต้องทำ คือ เตรียมท่องคำศัพท์ล่วงหน้า ยิ่งรู้ศัพท์มาก ยิ่งเป็นประโยชน์ รู้เยอะไว้ก่อน ดีกว่าไม่รู้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น้องๆ ต้องระวัง คือ จะมีคำศัพท์หลายๆตัว ที่มีหลายความหมาย สามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์ คำศัพท์บางคำ อาจถูกใช้ในความหมายที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

  • ฉะนั้น Context จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อทำโจทย์สไตล์นี้ น้องต้องทำความเข้าใจ ว่าในบริบท/Context นั้นๆ คำศัพท์ตัวนี้ จะแปลว่าอะไร ความหมายใด ถึงจะเหมาะสมที่สุด


ตัวอย่าง

As it is used in line 49, the word "concentrated" most nearly means:

A. extracted

B. paid attention to

C. gather together

D. directed to one topic


Style #4: Function

  • โจทย์สไตล์นี้ จะให้น้องๆหา “หน้าที่” ของเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่ง ประโยคใดประโยคหนึ่ง เช่น โจทย์จะถามว่า ผู้แต่งพูดประโยคนี้ ขึ้นมาหมายความว่าอย่างไร หรือมีจุดประสงค์เพื่ออะไร

  • ซึ่งน้องๆต้องหา “ผลกระทบ” ของการใส่เนื้อหาส่วนนั้น เช่น ผู้เขียนใส่ประโยคนี้เข้าไปเพื่อแสดงความรู้สึกโกรธ เพื่อแสดงความตื่นเต้น เพื่อแสดงความรำคาญ เพื่อแสดงความผิดหวัง เพื่อยกตัวอย่างเพิ่มเติม เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพ

  • พูดง่ายๆ คือ เหมือนเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในหัวของผู้เขียน และคิดตามผู้เขียน ว่าเค้ากำลังคิดและรู้สึกอย่างไร เค้าพูดประโยคนี้ออกมาทำไม


ตัวอย่าง

In relation to the first paragraph's earlier description of the nightmare, the narrator's comments in line 10-13 primarily serve to:

A. reveal how to alter a dream in progress.

B. explain what caused the nightmare.

C. Intensify the sense of hopeless.

D. suggest the possibility of escape.


Style #5 : Development /Idea Organization

  • คำถามประเภทนี้ ถามหา Development หรือ Idea Organization ของผู้เขียน ผู้เขียนเรียบเรียงเรื่องราวใน Passage อย่างไร เช่น การเปลี่ยนจากพูดเรื่องไปพูดอีกเรื่องหนึ่ง การเชื่อมจาก Paragraph ที่ 1 ไป Paragraph ที่ 2

ตัวอย่าง

The last paragraph of Passage A (line 37-49) marks a shift in the passage from :

A. a description of events leading up to a sudden action by the narrator to a reflection on the intentions and meanings behind that action.

B. an overview of a family dilemma to an explanation of how the narrator solved that dilemma.

C. an example of the narrator's typical response to family events to an analysis of the narrator's personality.

D. a chronology of a historical event to a summary of the narrator's circumstances at the time.


Style #6: Inference/ Implied Ideas.

  • คำถามสไตล์นี้เกี่ยวกับการหา สิ่งที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ passage พูดออกมาตรงๆ แต่จะซ่อนอยู่ตาม บรรทัด หรือ paragraph ต่างๆ

ตัวอย่าง

it can be reasonably inferred from the passage that the woman most strongly desires to attain which of the following qualities from dreaming?

A. Relaxation

B. Self-awareness

C. Entertainment

D. Self-control


 

Tips and Techniques

อย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่า การจะทำคะแนน ACT Reading ให้ได้คะแนนสูง ต้องอาศัยความเร็ว ต้องมีเทคนิคการอ่านเข้ามาช่วย ถ้าไม่อย่างนั้น เวลา 35 นาทีจะทำไม่ทัน ใน link ด้านล่างนี้คือ Blog ที่รวบรวมเอาเทคนิค วิธีการเอาชนะ ACT Reading กดเข้าไปดอ่านเพิ่มเติมได้เลย

สำหรับใครที่ต้องการเทคนิค การอ่านเพิ่มเติม ติดต่อพี่ๆ KPH มาได้เลย คอร์ส ACT ของ KPH มีเทคนิครอน้องๆ อยู่อีกเพียบ

 

ACT Vocab

พี่ๆ รู้ว่า จะสอบ ACT Reading มันไม่ง่าย ต้องใช้ความพยายามสูง โดยเฉพาะ "คำศัพท์" ที่ยากๆ เนื่องจากคำศัพท์มีเป็นพันๆ คำ เราจะท่องคำไหนดี จะท่องทั้งหมด ก็เหนื่อยแย่? ก็ท่องคำศัพท์ที่เคยออกไปแล้วไง เพราะคำศัพท์จากข้อสอบเก่านี่แหละ ที่มีโอกาสวนกลับมาออกซ้ำได้เยอะที่สุด ดังนั้น พี่ๆ KPH ไม่ปล่อยให้น้องๆ ต้องหาศัพท์เอง พี่ๆ KPH ช่วยรวบรวมคำศัพท์จากข้อสอบเก่ามาให้แล้ว ที่เหลือก้เป็นหน้าที่ของน้องแล้วแหละ ที่ต้องจดและจำ และนำไปใช้!


รวมคำศัพท์จาก official practice test


รวมคำศัพท์จากข้อสอบเก่า

 

เกณฑ์การให้คะแนน ACT Reading

ข้อสอบ ACT Reading มีทั้งหมด 40 ข้อ ดังนั้น raw score จึงเท่ากับ 0 - 40 ซึ่งคะแนนนี้จะถูกเปลี่ยนไปเป็น scale score ที่มีคะแนน 0 - 36 ดูตารางการ convert คะแนนจาก raw score เป็น scale score ได้ตามภาพด้านล่างเลย




เป็นยังไงกันบ้าง พอจะเห็นภาพ ข้อสอบ ACT Reading กันมากขึ้นมั้ย พี่ๆ KPH หวังว่า Blog นี้จะทำให้การเรียน ACT/ติว ACT reading ง่ายขึ้น ส่วนถ้าใครยังไม่เห็นภาพ โทรมาปรึกษาพี่ๆ KPH ได้เลย รับรองว่า การเรียน ACT/ติว ACT Reading จะเห็นภาพ และเป็นระบบขึ้นอีกเยอะ


อ่ายรายละเอียดคอร์ส ACT เพิ่มเติมได้ที่ page นี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call : 064-954-7733

Line : @Krupimhouse





Tags:

Comments


Follow Us
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square
  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter
bottom of page