ACT Reading คืออะไร? ครบทุกเรื่อง โครงสร้างข้อสอบ+ตัวอย่างโจทย์+Mini Test (อัปเดต 2026) | KPH
ข้อสอบ Standardized Test สำหรับยื่นเข้ามหาวิทยาลัยมีให้เลือก 2 ตัวหลักคือ Digital SAT และ ACT ทั้งคู่ใช้ยื่นเข้า TOP US University/IVY League และหลักสูตรนานาชาติในไทยได้เหมือนกัน มหาวิทยาลัยเกือบทุกที่รับคะแนนทั้งสองตัว น้องๆ จึงเลือกสอบตามที่ถนัดได้เลย

สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก่อน: ตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 เป็นต้นมา ACT ได้เปลี่ยนรูปแบบข้อสอบใหม่ทั้งหมด เรียกว่า ACT Enhancement ซึ่งเปลี่ยนทั้งจำนวนข้อ เวลาทำข้อสอบ และโครงสร้างคะแนนในหลายพาร์ท พาร์ท Reading เองก็เปลี่ยนไปไม่น้อย บทความนี้พี่ๆ KPH อัปเดตข้อมูลทั้งหมดให้ตรงกับรูปแบบล่าสุด เพื่อให้น้องๆ เตรียมตัวได้ถูกทางตั้งแต่ต้น
ACT Reading คืออะไร โครงสร้างข้อสอบ
ACT ทั้งหมดมี 5 พาร์ท ได้แก่ English, Math, Reading, Science และ Writing แต่บังคับสอบแค่ 3 พาร์ทหลักคือ English, Math, Reading ส่วน Science และ Writing เป็นพาร์ทเสริมที่เลือกสอบเพิ่มได้ (ไม่บังคับ) ในบรรดา 3 พาร์ทบังคับนี้ พาร์ท Reading ยังคงถูกเฉลี่ยรวมใน Composite Score โดยตรงเหมือนเดิม (พร้อมกับ English และ Math) ด้านล่างนี้คือสรุปโครงสร้างข้อสอบ ACT Reading แบบล่าสุด เทียบกับรูปแบบเดิมให้เห็นภาพชัดๆ
ACT Reading vs Digital SAT Reading & Writing เลือกสอบตัวไหนดี
เพราะ KPH สอนทั้ง ACT และ Digital SAT ที่นี่ พี่ๆ เจอคำถามนี้บ่อยมากจากทั้งน้องๆ และผู้ปกครอง: "ควรสอบ ACT Reading หรือ SAT R&W ดี?" คำตอบสั้นๆ คือมหาวิทยาลัยเกือบทั้งหมดรับทั้งสองตัวเท่ากัน ไม่มีตัวไหนได้เปรียบกว่ากัน จึงเลือกจากความถนัดของตัวเองได้เลย ตารางด้านล่างนี้เทียบให้เห็นความต่างชัดๆ
ACT Reading ทดสอบทักษะอะไรบ้าง
ACT.org ประกาศหมวดทักษะที่ใช้ออกข้อสอบ Reading อย่างเป็นทางการไว้ 3 Reporting Category ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ชัดเจน นอกจากนี้ Passage ที่ใช้ในข้อสอบยังแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบตามโครงสร้าง (ไม่ใช่ตามเนื้อหา) ได้แก่ Single, Paired และ VQI (Visual/Quantitative Information) รายละเอียดเป็นดังนี้
ประเภทคำถามที่ออกสอบ พร้อมตัวอย่างโจทย์และเฉลย
ภายใต้ 3 Reporting Category ข้างต้น แต่ละหมวดยังแบ่งเป็นทักษะย่อยที่ออกสอบเป็นประจำ ด้านล่างนี้คือตัวอย่างโจทย์จริงสไตล์ ACT Reading พร้อมเฉลยและคำอธิบาย ครอบคลุมทั้ง 3 หมวด (ใช้ passage ตัวอย่างที่พี่ๆ KPH แต่งขึ้นเพื่อการสอนโดยเฉพาะ ไม่ใช่ passage จากข้อสอบจริง) ลองกดดูแต่ละหมวดแล้วฝึกทำเองก่อนดูเฉลยได้เลย
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนนพาร์ท Reading แปลงจากคะแนนดิบ (raw score) เป็น Scale Score ในช่วง 1-36 เหมือนพาร์ทอื่นๆ แต่มีจุดที่ต่างจากพาร์ทอื่นอย่างชัดเจนคือ ข้อที่ไม่นับคะแนนเป็นทั้ง Passage เต็มๆ (9 ข้อ) ไม่ใช่ข้อเดี่ยวๆ ที่กระจายอยู่ทั่วพาร์ทแบบ English, Math หรือ Science
ลองทำโจทย์จริง — Mini Practice Test
อ่านเนื้อหาและดูตัวอย่างโจทย์มาครบแล้ว มาลองทำแบบทดสอบสั้นๆ ดูกันว่าพื้นฐาน ACT Reading ของน้องแน่นแค่ไหน แบบทดสอบนี้คัดโจทย์มาให้ครบทั้ง 3 Reporting Category ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ทำเสร็จรู้ผลทันที
ACT Reading ต้องได้เท่าไหร่ ถ้าอยากเข้าคณะอินเตอร์ดังในไทย
ทำโจทย์ตัวอย่างมาครบแล้ว มาดูกันว่า ACT Reading เกี่ยวข้องกับการสมัครคณะอินเตอร์ในไทยแบบไหนบ้าง ต่างจาก ACT Math ที่แทบทุกโปรแกรมกำหนดเกณฑ์ Math แยกชัดเจน ACT Reading มักถูกใช้แบบผสมกับ English หรือรวมอยู่ใน Composite มากกว่าจะแยกเป็นเกณฑ์ของตัวเอง
เทคนิคเตรียมตัวสอบ ACT Reading
รู้โครงสร้างข้อสอบและลองทำโจทย์จริงมาแล้ว ต่อไปนี้คือเทคนิคที่จะช่วยให้น้องเตรียมตัวสอบ ACT Reading ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สรุป
ACT Reading ในรูปแบบ ACT Enhancement เปลี่ยนไปจากเดิมหลายจุด: ลดจาก 40 ข้อ/35 นาที เหลือ 36 ข้อ/40 นาที และมี 1 Passage เต็มๆ (9 ข้อ) ที่เป็น field-test ไม่นับคะแนน ต่างจากพาร์ทอื่นที่กระจายข้อ field-test เป็นข้อเดี่ยวๆ เนื้อหาแบ่งเป็น 3 Reporting Category ตาม act.org คือ Key Ideas and Details (44-52%), Craft and Structure (26-33%) และ Integration of Knowledge and Ideas (19-26%) โดย Reading ยังคงเป็น 1 ใน 3 พาร์ทบังคับที่ถูกเฉลี่ยรวมใน Composite Score โดยตรง จึงมีน้ำหนักสำคัญไม่แพ้เดิม
หวังว่าน้องๆ จะเห็นภาพรวมชัดขึ้น ตั้งเป้าหมายและวางแผนเตรียมตัวได้ถูกทางมากขึ้น ถ้าใครอ่านแล้วยังคิดภาพไม่ออกว่าจะเริ่มเรียน ACT / ติว ACT ยังไงดี ทักมาหาพี่ๆ KPH ได้เลยจ้า


















Comments